ปีนี้มีการคาดการณ์ว่า 80% ของการค้าระหว่างธุรกิจ (B2B) จะย้ายมาอยู่บนออนไลน์ ก็ถึงเวลาที่อีคอมเมิร์ซแบบ B2B ต้องได้รับการอัปเกรดสู่ดิจิทัลอย่างจริงจัง วันนี้ Shopify เปิดตัวฟีเจอร์ชุดใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขาย B2B โดยเฉพาะ และผสานเข้าไว้ในแพลตฟอร์มโดยตรง พร้อมให้ใช้งานร่วมกับความสามารถด้านการปรับแต่งที่ทรงพลังของ Shopify ไม่ว่าจะเป็นธีมร้านค้า ระบบส่วนลด หรือ Shopify Functions ทั้งหมดนี้รวมอยู่ใน Shopify อยู่แล้ว ช่วยให้คุณสามารถบริหารธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ครบในที่เดียว ไม่ว่าจะขายแบบ B2B, DTC หรือทำทั้งสองแบบควบคู่กัน
โซลูชัน B2B ใหม่ของ Shopify ช่วยให้ร้านค้าขยายฐานลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือจากผู้ให้บริการภายนอกราคาแพง หรือใช้วิธีแก้ปัญหาที่ซับซ้อน คุณสามารถตั้งค่าและจัดการทั้งร้าน B2B และ DTC ได้ผ่านระบบเดียวที่ใช้งานง่ายและเข้าใจได้ทันที ไม่ว่าใครในทีมก็ใช้งานได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาและเอเจนซี่เข้าถึงผู้ขายได้มากขึ้น ผ่านแอปและเวิร์กโฟลว์ที่ออกแบบมาสำหรับ B2B โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยความเรียบง่ายและประสิทธิภาพของ Shopify
ทำความรู้จักกับ B2B บน Shopify
ที่ผ่านมา Shopify ได้รับฟีดแบ็กจากผู้ขายมาโดยตลอดว่าต้องการระบบการขายทั้งแบบขายส่งและขายตรงจากร้านค้าออนไลน์เดียว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ เราจึงพัฒนาฟีเจอร์พื้นฐานที่สำคัญและทรงพลังสำหรับธุรกิจ B2B ให้ทำงานอยู่ในแกนหลักของ Shopify โดยตรง ช่วยให้ร้านค้าสามารถมอบประสบการณ์การซื้อที่ใช้งานง่ายให้กับทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าขายส่งได้ในแพลตฟอร์มเดียว
ตอนนี้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะบริหารทั้งสองฝั่งธุรกิจในร้านออนไลน์เดียว สำหรับทั้งลูกค้าขายตรงและลูกค้าขายส่ง หรือจะแยกร้านขายส่งออกเป็น expansion store เฉพาะ ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับธุรกิจ B2B และเปิดให้เฉพาะลูกค้าขายส่งใช้งานเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน ก็สามารถจัดการทุกอย่างได้จากที่เดียว ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
B2B บน Shopify มีอะไรบ้าง?
โปรไฟล์บริษัท
มอบประสบการณ์การซื้อที่เฉพาะตัวให้ลูกค้า B2B ด้วยระบบโปรไฟล์บริษัท คุณสามารถกำหนดสิทธิ์ผู้ติดต่อ เงื่อนไขการชำระเงิน รายการราคา และการยกเว้นภาษีได้แตกต่างกันในแต่ละลูกค้า สำหรับลูกค้าที่มีโครงสร้างซับซ้อน ยังสามารถเพิ่มหลายผู้ติดต่อและหลายสถานที่ภายใต้โปรไฟล์เดียว พร้อมกำหนดระดับสิทธิ์ที่ต่างกันได้ ช่วยให้คุณจัดการทุกอย่างจากโปรไฟล์เดียว โดยไม่ต้องแยกข้อมูลหลายชุด

รายการราคา
ตั้งราคาขายส่งได้ง่ายขึ้น ทั้งแบบกำหนดราคาคงที่หรือส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมทุกสินค้าและตัวเลือกสินค้า พร้อมปรับสกุลเงินได้สะดวก รองรับการขายหลายสกุลเงินในร้านเดียว เพื่อขยายตลาดไปต่างประเทศ คุณสามารถกำหนดราคาให้เฉพาะบริษัทหรือแต่ละสาขาได้ โดยไม่ต้องใช้แท็กหรือแอปเสริม และยังตั้งหลายรายการราคาในบริษัทเดียวได้ โดยระบบจะเลือกใช้ราคาที่ดีที่สุดให้โดยอัตโนมัติ

เงื่อนไขการชำระเงิน
ลดงานแมนนวลด้วยการตั้งค่าเงื่อนไขการชำระเงินล่วงหน้าในระบบ เมื่อกำหนดให้กับแต่ละบริษัทหรือสาขาแล้ว คุณสามารถติดตาม จัดการ และเรียกเก็บเงินตามกำหนดได้ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อโดยไม่ต้องชำระเงินทันที และตรวจสอบยอดที่ต้องชำระในบัญชีของตนได้ตลอดเวลา

การชำระเงิน B2B
หน้าชำระเงินถูกออกแบบให้เหมาะกับลูกค้าขายส่งโดยเฉพาะ ลูกค้าจะเห็นเงื่อนไขการชำระเงิน วิธีจ่ายเงิน และส่วนลดที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนสั่งซื้อ ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น
ประสบการณ์การชำระเงินตอนนี้มีความคล่องตัวและเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ซื้อขายส่ง พวกเขาสามารถดูเงื่อนไขการชำระเงินที่กำหนดให้ วิธีการชำระเงิน และส่วนลดขายส่งในขณะที่ซื้อสินค้า การชำระเงิน B2B ช่วยให้ลูกค้ามีข้อมูลที่จำเป็นในการสั่งซื้อด้วยความมั่นใจ
บัญชีลูกค้า
ด้วยระบบบัญชีลูกค้า ผู้ซื้อจะสามารถเห็นสินค้าและราคาขายส่งได้ก็ต่อเมื่อผ่านการยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ลูกค้าจะเข้าถึงข้อมูลสำคัญทั้งหมดของบัญชีได้ทันที ช่วยลดภาระงานซัพพอร์ตของทีมคุณ นอกจากนี้ลูกค้า B2B ยังสามารถจัดการบัญชีของตนเองได้ เช่น เลือกสาขาหรือบริษัทที่ต้องการสั่งซื้อ แก้ไขข้อมูลผู้ซื้อ รวมถึงดูและกรองประวัติคำสั่งซื้อได้อย่างสะดวก

การปรับแต่งที่ยืดหยุ่นและทรงพลัง
บนแพลตฟอร์มเดียว คุณสามารถใช้ความสามารถของ Shopify เพื่อบริหารธุรกิจ B2B ได้ พร้อมระดับการปรับแต่งที่เทียบเท่ากับร้าน DTC ของคุณ โดยสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ครบ เช่น
- ธีมร้านค้าและการปรับแต่งด้วย Liquid
- ระบบส่วนลด
- แอปใน ecosystem ของ Shopify
- การเชื่อมต่อผ่าน API
- Functions (ชื่อเดิม Scripts)
การวิเคราะห์ B2B
B2B บน Shopify ช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของธุรกิจขายส่งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยฟิลเตอร์เฉพาะสำหรับ B2B ที่สามารถนำไปใช้กับรายงานต่าง ๆ ได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ยอดขาย คำสั่งซื้อ กำไร ลูกค้า หรือการเงิน ทำให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลได้ครบในหน้าร้านเดียว
รายงานแบบ B2B ยังมาพร้อมความสามารถเดียวกับรายงานปกติ คุณสามารถสร้าง บันทึก และส่งออกรายงานแบบกำหนดเองได้จากการปรับคอลัมน์ในระบบ ช่วยให้คุณบริหารทั้งธุรกิจ B2B และ DTC ได้อย่างมีประสิทธิภาพจากแพลตฟอร์มและหลังบ้านเดียวกัน
เป้าหมายของ Shopify คือทำให้การบริหารธุรกิจ B2B เป็นเรื่องง่ายและคล่องตัวมากขึ้น โดยยังคงความใช้งานง่ายแบบเดียวกับ DTC ที่หลายคนคุ้นเคย แต่เพิ่มความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า B2B ได้อย่างเฉพาะเจาะจง
“B2B บน Shopify ช่วยให้เรานำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงและทำให้กระบวนการขายส่งเป็นอัตโนมัติมากขึ้น ทำให้ทีมสามารถโฟกัสกับลูกค้าฝั่งรีเทลได้เต็มที่มากขึ้น”
Andy Knox จาก Van Compass
เชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรารู้ดีว่าการต้องสร้างวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อเชื่อมต่อระบบหลายตัวเข้าด้วยกันเป็นเรื่องยุ่งยาก Shopify จึงพัฒนา B2B บน Shopify ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง
เราร่วมมือกับผู้ให้บริการ ERP ระดับโลก เช่น NetSuite, Acumatica และ Brightpearl เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเครื่องมือที่คุ้นเคยได้อย่างราบรื่น คุณสามารถเชื่อมต่อระบบ ERP กับ Shopify ผ่าน API หรือ third-party connectors เพื่อซิงก์ข้อมูลสำคัญของธุรกิจ เช่น ลูกค้า สินค้า ราคา และสต็อก ได้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำด้วยตนเอง
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้ซื้อแบบ B2B ต้องการประสบการณ์การซื้อที่เป็นส่วนตัวและใช้งานง่ายเหมือน DTC มากขึ้น การเชื่อมต่อแบบ native ระหว่าง Acumatica กับ Shopify ช่วยให้ผู้ขาย B2B มีโซลูชันเดียวที่สามารถจัดการประสบการณ์การขายแบบ omnichannel ได้ครบ” กล่าวโดย Josh Fischer ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการสินค้าบริษัท Acumatica
เวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นสำหรับนักพัฒนา
ความก้าวหน้าของ B2B บน Shopify ไม่ได้เปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพาร์ทเนอร์ของเราด้วย เมื่อมีผู้ขาย B2B เข้ามาใช้งาน Shopify มากขึ้น เอเจนซี่และนักพัฒนาก็สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นได้เช่นกัน และเมื่อแพลตฟอร์มเติบโต ความต้องการโซลูชันที่ซับซ้อนมากขึ้นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เราเชื่อว่าพาร์ทเนอร์มีบทบาทสำคัญในการช่วยเติมเต็มฟีเจอร์ที่อาจยังไม่ครอบคลุมในระบบหลัก สำหรับธุรกิจที่มีความต้องการเฉพาะทางมากขึ้น API ที่เราอัปเดตใหม่จะช่วยให้พาร์ทเนอร์สามารถพัฒนาโซลูชันที่ซับซ้อน รองรับ use case ขั้นสูง และต่อยอดธุรกิจของตนเองได้
นอกจากนี้ โซลูชันใหม่นี้ยังทำให้ Shopify กลายเป็นแพลตฟอร์มแบบไฮบริดอย่างแท้จริง ที่พาร์ทเนอร์สามารถแนะนำให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจ B2B จะไม่ใช่แค่ส่วนเสริมอีกต่อไป แต่เป็นส่วนสำคัญของระบบ ที่เปิดโอกาสให้สร้างประสบการณ์ขายส่งได้หลากหลายและยืดหยุ่น ผ่าน API ใหม่และที่อัปเดตแล้ว
ผู้ขายสามารถบริหารทั้ง B2B และ DTC ได้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยไม่ต้องแลกกับข้อจำกัดใด ๆ
เตรียมพบกับการเปิดตัว API ใหม่และการอัปเดตในเดือนตุลาคม 2022
ขยายธุรกิจสู่ B2B ได้ง่ายขึ้น
ด้วยมูลค่าตลาด B2B ทั่วโลกที่คาดว่าจะสูงถึง 7.7 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 270 ล้านล้านบาท) นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการขยายธุรกิจสู่การขายส่ง โดย B2B บน Shopify ช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ใหม่ ๆ ได้จากแพลตฟอร์มเดียว โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพหรือความสามารถในการทำงาน โมเดลขายส่งยังช่วยเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อ พร้อมลดเวลาและต้นทุนในการดำเนินงาน
ด้วยฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซสำหรับขายส่งที่ถูกสร้างมาในระบบหลักของ Shopify คุณสามารถบริหารและขยายทั้งธุรกิจ B2B และ DTC ได้จากที่เดียว พร้อมเข้าถึงความสามารถในการปรับแต่งเต็มรูปแบบของ Shopify สำหรับลูกค้าทั้งสองกลุ่มที่หาได้เฉพาะบน Shopify เท่านั้น
B2B บน Shopify กำลังเปลี่ยนประสบการณ์อีคอมเมิร์ซแบบ B2B สำหรับผู้ขาย พาร์ทเนอร์ เอเจนซี่ นักพัฒนา และลูกค้าขายส่ง โดยฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและความยืดหยุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Shopify เพื่อสร้างหน้าร้าน B2B ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง


