ลูกค้าคาดหวังตัวเลือกการจัดส่งที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกส่งด่วนวันถัดไปสำหรับของขวัญเร่งด่วน เลือกแบบค่าส่งเหมาจ่ายเพื่อประหยัดต้นทุนเมื่อวางแผนล่วงหน้า หรือเลือกแบรนด์ที่รองรับการจัดส่งระหว่างประเทศเมื่ออาศัยอยู่ต่างประเทศ ซึ่งความท้าทายของธุรกิจคือการวางกลยุทธ์การจัดส่งที่ครอบคลุมตัวเลือกเหล่านี้ได้ครบ โดยยังคงควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
ระบบจัดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเชื่อมต่อทุกขั้นตอนของการจัดส่งให้ทำงานได้อย่างลื่นไหล ตั้งแต่การแสดงค่าส่งอย่างโปร่งใส การพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ ไปจนถึงการจัดส่งและนำส่งสินค้าได้อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้
คอนเทนต์ในหน้านี้เราจะพาคุณไปดูว่าควรเลือก “ระบบจัดการขนส่ง” อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ พร้อมแนะนำตัวเลือกที่น่าสนใจและใช้งานได้จริงในปัจจุบัน
วิธีเลือกระบบจัดการขนส่งสำหรับธุรกิจ eCommerce
- การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม eCommerce
- รองรับปริมาณการจัดส่งและการใช้งานผู้ให้บริการหลายราย
- การควบคุมต้นทุนและเรทราคาค่าส่งที่คุ้มค่า
- รองรับการจัดส่งระหว่างประเทศและข้อกำหนดต่าง ๆ
- เวิร์กโฟลว์การจัดส่งที่ลื่นไหลและการพิมพ์ใบปะหน้า
- การบริการลูกค้าและการจัดการคืนสินค้า
การเลือกระบบจัดการขนส่งที่เหมาะสมเป็นก้าวสำคัญสำหรับธุรกิจ eCommerce ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า โดยสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรมองหาในระบบจัดการขนส่งที่ดี
การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม eCommerce
ระบบจัดการขนส่งที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม eCommerce แบบเรียลไทม์ จะช่วยดึงออเดอร์เข้ามาอัตโนมัติและอัปเดตสต็อกได้ทันที ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำและความผิดพลาดจากมนุษย์ โดยควรมองหาระบบที่สามารถดึงคำสั่งซื้อจากหลายช่องทางได้อัตโนมัติ ซิงก์จำนวนสต็อกแบบเรียลไทม์ และเชื่อมต่อกับระบบจัดการคลังสินค้า (Inventory) และคลังเก็บสินค้า (Warehouse) เพื่อให้การทำงานของธุรกิจ eCommerce เป็นระบบและตอบสนองต่อดีมานด์ได้รวดเร็ว
รองรับปริมาณการจัดส่งและการใช้งานผู้ให้บริการหลายราย
ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีออเดอร์พุ่งในช่วงเทศกาล หรือกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ระบบจัดการขนส่งควรสามารถรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นควรเลือกซอฟต์แวร์ที่รองรับหลายผู้ให้บริการขนส่งและสามารถเปรียบเทียบเรทราคาได้ ซึ่งช่วยให้คุณเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งในด้านความเร็วและต้นทุน โดยเฉพาะระบบที่สามารถตั้งค่าให้เลือกขนส่งอัตโนมัติตามเงื่อนไข เช่น ราคา ระยะเวลาจัดส่ง หรือความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
การควบคุมต้นทุนและเรทราคาค่าส่งที่คุ้มค่า
การจัดการต้นทุนขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ ควรเลือกระบบที่สามารถคำนวณค่าส่งได้แม่นยำ และให้คุณเข้าถึงเรทราคาพิเศษจากขนส่งที่มีการเจรจาไว้ล่วงหน้า ซึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยเปรียบเทียบราคาอย่างโปร่งใส และแนะนำตัวเลือกที่ประหยัดกว่าโดยไม่ลดคุณภาพการจัดส่ง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ
รองรับการจัดส่งระหว่างประเทศและข้อกำหนดต่าง ๆ
หากธุรกิจของคุณต้องการขยายไปต่างประเทศ ระบบจัดการขนส่งควรสามารถรองรับกฎระเบียบและเอกสารระหว่างประเทศได้อย่างครบถ้วน โดยซอฟต์แวร์ที่ดีจะช่วยจัดการเอกสารศุลกากร คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมอัตโนมัติ รวมถึงเตรียมเอกสารที่จำเป็นได้ครบ ช่วยลดความเสี่ยงที่พัสดุจะล่าช้าหรือถูกกักที่ด่านศุลกากร และทำให้การจัดส่งข้ามประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น
เวิร์กโฟลว์การจัดส่งที่ลื่นไหลและการพิมพ์ใบปะหน้า
ระบบจัดการขนส่งที่ออกแบบเวิร์กโฟลว์ให้ใช้งานง่าย จะช่วยให้ขั้นตอนการแพ็คและจัดส่งรวดเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ซอฟต์แวร์ที่ดีควรรองรับการพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุแบบ batch เชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์และเครื่องชั่งเพื่อคำนวณน้ำหนักได้แม่นยำ รวมถึงสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้จากหน้าแดชบอร์ดโดยตรง ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้การจัดส่งเร็วขึ้น ประหยัดเวลา ลดข้อผิดพลาด และทำให้ทีมสามารถโฟกัสกับความถูกต้องของออเดอร์และการบริการลูกค้าได้มากขึ้น แทนการเสียเวลาไปกับงานแมนนวล
การบริการลูกค้าและการจัดการคืนสินค้า
การจัดการปัญหาของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การแก้ไขกรณีจัดส่งไม่สำเร็จ (NDR) อย่างรวดเร็ว และการจัดการคืนสินค้าอย่างเป็นระบบล้วนเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาลูกค้า โดยระบบที่มีหน้าสำหรับให้ลูกค้าขอคืนสินค้าได้เอง พร้อมแจ้งสถานะแบบอัตโนมัติ และสร้างใบปะหน้าสำหรับส่งคืนสินค้าได้ทันที จะช่วยให้การจัดการคืนสินค้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทั้งสำหรับลูกค้าและทีมงาน
10 ระบบจัดการขนส่งที่ดีที่สุด อัปเดต 2026
ระบบสำหรับธุรกิจในไทย
ระบบสำหรับธุรกิจที่ขยายไปต่างประเทศ
ระบบสำหรับธุรกิจเฉพาะทาง / ระดับองค์กร
เพื่อจัดการโลจิสติกส์ eCommerce ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณควรเลือกระบบจัดการขนส่งที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณจริง ๆ แต่ละแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในขั้นตอน fulfillment ที่แตกต่างกัน ต่อไปนี้คือระบบจัดการขนส่งที่น่าสนใจในปัจจุบัน
1. ฟีเจอร์การจัดส่ง Shopify
Shopify Shipping ฟีเจอร์การจัดส่งของ Shopify ถูกพัฒนาไว้ในระบบหลังบ้านโดยตรง ช่วยให้ร้านค้า eCommerce จัดการออเดอร์และการจัดส่งได้ครบในที่เดียว ตั้งแต่สร้างออเดอร์ พิมพ์ใบปะหน้า ไปจนถึงติดตามสถานะพัสดุ โดยไม่ต้องใช้ระบบเสริมเพิ่มเติม
ร้านค้าสามารถซื้อและพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุในราคาพิเศษ ติดตามสถานะการจัดส่ง และจัดการทุกขั้นตอนของ fulfillment ได้จากแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนและลดข้อผิดพลาดจากการทำงานแบบแมนนวล
ฟีเจอร์หลัก
- เรทราคาค่าส่งแบบส่วนลดสูงสุดประมาณ 77%–88% จากผู้ให้บริการขนส่งระดับสากล เช่น USPS, UPS, DHL Express และ FedEx สำหรับธุรกิจในไทย การใช้งานจริงมักเชื่อมต่อกับขนส่งที่รองรับในพื้นที่ เช่น ไปรษณีย์ไทย, Flash Express, Kerry (KEX), J&T และ DHL (ขึ้นอยู่กับแอปหรือการเชื่อมต่อเพิ่มเติม)
- รองรับการพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุแบบจำนวนมาก (Bulk) ช่วยให้จัดการออเดอร์ได้รวดเร็ว
- ระบบติดตามพัสดุ (Tracking) และข้อมูลวิเคราะห์ในตัว ทั้งฝั่งร้านค้าและลูกค้า
- Basic: ประมาณ ฿1,400/เดือน → ส่วนลดค่าส่งสูงสุดประมาณ 77% + พิมพ์ใบปะหน้า
- Shopify: ประมาณ ฿3,800/เดือน → ส่วนลดค่าส่งสูงสุดประมาณ 88% + ฟีเจอร์จัดส่งเพิ่มเติม
- Advanced: ประมาณ ฿14,000/เดือน → ส่วนลดสูงสุดประมาณ 88% + ประกันการจัดส่ง + ฟีเจอร์ขั้นสูง
💡 อินไซด์สำหรับร้านค้าไทย: ฟีเจอร์การจัดส่งของ Shopify ปัจจุบันสามารถใช้ร่วมกับแอปเสริม เพื่อเชื่อมต่อกับขนส่งในประเทศและรองรับการจัดส่งแบบครบระบบ
2. Aftership
Aftership เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นประสบการณ์หลังการขายสำหรับร้านค้าออนไลน์ ช่วยให้คุณติดตามพัสดุ จัดการการคืนสินค้าและทำระบบเคลมสินค้าแบบอัตโนมัติได้ในที่เดียว โดยระบบรองรับการติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์ และช่วยลดงานแมนนวลในขั้นตอนหลังการขาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจและการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า
ฟีเจอร์หลัก
- ระบบคาดการณ์วันจัดส่งด้วย AI ที่แม่นยำขึ้น ช่วยให้ลูกค้ารู้ว่าจะได้รับของเมื่อไหร่
- ระบบจัดการเคลมสินค้าแบบอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการทำงานของทีม
- รายงานคาร์บอนที่ช่วยให้ธุรกิจวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ระบบติดตามพัสดุที่รองรับผู้ให้บริการขนส่งทั่วโลกกว่า 1,000 ราย รวมถึงขนส่งในไทย เช่น ไปรษณีย์ไทย, Kerry Express และ J&T
- Aftership เสนอแผนสมาชิก Essentials ฿300/เดือน, Pro ฿3,500/เดือน, Premium ประมาณ ฿7,000/เดือนและ Enterprise (ราคาแบบกำหนดเอง)
3. Easyship
Easyship เป็นซอฟต์แวร์จัดการขนส่งแบบคลาวด์ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต ช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงเรทราคาค่าส่งแบบส่วนลดสูงสุดถึงประมาณ 91% พร้อมระบบติดตามพัสดุสำหรับลูกค้าในตัว
แพลตฟอร์มสามารถเชื่อมต่อกับระบบ eCommerce และ marketplace ได้หลากหลาย และรองรับการแสดงค่าส่งแบบไดนามิกในหน้า checkout ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย (conversion) ได้
ฟีเจอร์หลัก
- เข้าถึงเครือข่ายขนส่งทั่วโลก พร้อมเรทราคาที่มีการเจรจาไว้ล่วงหน้า
- คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมอัตโนมัติ พร้อมเอกสารศุลกากรสำหรับการส่งระหว่างประเทศ
- หน้าติดตามพัสดุและอีเมลติดตามพัสดุแบบใส่แบรนด์ (Branded tracking)
- รองรับการเชื่อมต่อกับขนส่งทั้งในและต่างประเทศ เหมาะกับธุรกิจที่มีการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าในต่างประเทศ
- Easyship มีแผน Free และแพ็กเกจ Plus ประมาณ ฿1,000/เดือน, Premier ประมาณ ฿2,400/เดือน และ Scale ประมาณ ฿3,500/เดือน พร้อมทดลองใช้งานฟรี 14 วัน โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
4. Shippo
Shippo ระบบจัดการขนส่งสำหรับ eCommerce ที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการขนส่งทั่วโลกมากกว่า 40 ราย และรองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์หลากหลาย ช่วยให้พิมพ์ใบปะหน้า ติดตามพัสดุ และจัดการการคืนสินค้าได้ง่ายในระบบเดียว
แพลตฟอร์มนี้ขึ้นชื่อเรื่องใช้งานง่าย และมี API ที่รองรับนักพัฒนา ทำให้สามารถเชื่อมต่อระบบได้รวดเร็วและยืดหยุ่น
ฟีเจอร์หลัก
- เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม eCommerce ชั้นนำได้ทันที โดยไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน
- ระบบความปลอดภัยระดับองค์กร รองรับการจัดส่งในปริมาณมาก
- รองรับการติดตามพัสดุและการจัดการคืนสินค้าในระบบเดียว
- Shippo มีแผน Starter (ฟรี), Professional ประมาณ ฿350/เดือน และ Enterprise (ราคาแบบกำหนดเอง)
5. ShipStation
ShipStation ระบบที่ช่วยให้การ fulfillment มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ รองรับการเชื่อมต่อกับช่องทางการขายมากกว่า 180 แห่ง และมีส่วนลดค่าส่งสูงสุดประมาณ 68% โดยแพลตฟอร์มมาพร้อมเครื่องมืออัตโนมัติครบชุด และอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ช่วยให้การจัดการออเดอร์และการจัดส่งเป็นระบบมากขึ้น
ฟีเจอร์หลัก
- อัปเดตออเดอร์แบบกลุ่มและระบบอัตโนมัติ ช่วยให้จัดการคำสั่งซื้อได้รวดเร็ว
- ดึงออเดอร์จากช่องทางขายกว่า 100 แห่งแบบอัตโนมัติ พร้อมอัปเดตสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์
- เข้าถึงส่วนลดค่าส่งจากผู้ให้บริการขนส่ง เช่น UPS, FedEx และ DHL Express
- ShipStation มีแผน Starter ประมาณ ฿350/เดือน, Bronze ประมาณ ฿1,000/เดือน, Silver ประมาณ ฿2,100/เดือน, Gold ประมาณ ฿3,500/เดือน, Platinum ประมาณ ฿5,200/เดือน, Enterprise ประมาณ ฿8,000/เดือน และ High-Volume (ราคาแบบกำหนดเอง)
6. ShippingEasy
ShippingEasy เป็นแพลตฟอร์มจัดการขนส่งออนไลน์ที่ช่วยให้ร้านค้า eCommerce จัดการออเดอร์และการจัดส่งได้ง่ายขึ้น พร้อมเรทราคาส่วนลดจากผู้ให้บริการขนส่ง และเครื่องมืออัตโนมัติที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ซึ่งแพลตฟอร์มสามารถเชื่อมต่อกับหลายช่องทางการขาย และมีทีมซัพพอร์ตช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการระบบใช้งานง่ายและเริ่มต้นได้เร็ว
ฟีเจอร์หลัก
- อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย พร้อมระบบดึงออเดอร์อัตโนมัติ
- ปรับแต่งแบรนด์บนใบปะหน้าและอีเมลติดตามพัสดุได้
- เครื่องมือการตลาดสำหรับลูกค้า ช่วยเพิ่มการซื้อซ้ำและการรักษาลูกค้า
- ShippingEasy มีแผน Free และ Growth ประมาณ ฿700/เดือน พร้อมทดลองใช้งานฟรี 30 วัน
7. ShipEngine
ShipEngine เป็น API สำหรับจัดการขนส่งที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด โดยเน้นการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการขนส่งหลายรายในระบบเดียว รองรับมากกว่า 100 carriers พร้อมฟีเจอร์เปรียบเทียบราคาแบบเรียลไทม์ และระบบตรวจสอบที่อยู่ เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดและควบคุมต้นทุน
แพลตฟอร์มนี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง หรือมีทีมพัฒนา เพราะต้องมีการเชื่อมต่อผ่าน API ซึ่งอาจมีความซับซ้อนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
ฟีเจอร์หลัก
- รองรับการฝังระบบ (embedded components) เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มที่มีอยู่
- ระบบติดตามพัสดุผ่าน API ช่วยสร้างประสบการณ์ติดตามที่ยืดหยุ่น
- เปรียบเทียบเรทราคาขนส่งได้ง่าย เพื่อเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
- ระบบตรวจสอบที่อยู่ ช่วยลดข้อผิดพลาดในการจัดส่ง
- ShipEngine มีแผน Free, Advanced ประมาณ ฿2,700/เดือน และ Enterprise (ราคาแบบกำหนดเอง)
8. Ordoro
Ordoro เป็นแพลตฟอร์ม eCommerce แบบครบวงจรที่ช่วยจัดการทั้งการขนส่ง สต็อกสินค้า และ dropshipping ในระบบเดียว เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ระบบช่วยให้เจ้าของธุรกิจประหยัดเวลาในงานประจำ เช่น การแพ็คสินค้า การจัดการสต็อก และการสั่งซื้อสินค้า โดยมีฟีเจอร์อัตโนมัติช่วยจัดการหลายขั้นตอน
ฟีเจอร์หลัก
- พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุแบบจำนวนมาก พร้อมระบบกรองออเดอร์ขั้นสูง
- แจ้งเตือนสต็อกสินค้าอัตโนมัติ และช่วยวางแผนสั่งซื้อสินค้า
- รองรับการจัดการดรอปชิป พร้อมระบบส่งต่อออเดอร์และติดต่อซัพพลายเออร์อัตโนมัติ
- Ordoro มีแผน Free, Advanced ประมาณ ฿2,100/เดือน และ Premium ประมาณ ฿5,200/เดือน
9. OrderCup
OrderCup ซอฟท์แวร์จัดการออเดอร์และขนส่งแบบเว็บที่ช่วยให้ธุรกิจ eCommerce จัดการการจัดส่งได้ง่ายขึ้นในระดับสากล โดยเน้นการลดเวลาและต้นทุนผ่านระบบอัตโนมัติ เช่น การจัดส่งแบบ batch และการตั้งค่าเงื่อนไขการทำงานล่วงหน้า แพลตฟอร์มเหมาะกับธุรกิจที่มีหลายช่องทางขาย และต้องการรวมการจัดการออเดอร์และขนส่งไว้ในระบบเดียว
ฟีเจอร์หลัก
- พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุผ่านเว็บได้ทันที พร้อมรองรับเครื่องชั่งโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม
- ระบบตรวจสอบที่อยู่ทั่วโลก ช่วยลดข้อผิดพลาดในการจัดส่ง
- เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการขนส่งและช่องทางขายหลายแพลตฟอร์ม
- OrderCup มีแผน Free, Short ประมาณ ฿1,000/เดือน, Tall ประมาณ ฿1,700/เดือน, Grande ประมาณ ฿2,400/เดือน, Venti ประมาณ ฿3,500/เดือน และ Trenta ประมาณ ฿6,600/เดือน
10. 2Ship
2Ship โปรแกรมช่วยจัดการขนส่งแบบหลายผู้ให้บริการในระบบเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถเปรียบเทียบราคา เลือกขนส่ง และติดตามพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุนและวางแผนการจัดส่งอย่างเป็นระบบ ซอฟท์แวร์นี้มีการรวมเรทราคาจากขนส่งหลายรายไว้ในที่เดียว ทำให้เลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดได้ง่ายขึ้น พร้อมเครื่องมือรายงานที่ช่วยวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์การจัดส่ง
ฟีเจอร์หลัก
- เปรียบเทียบเรทราคาขนส่งจากหลายผู้ให้บริการได้อย่างรวดเร็ว
- ติดตามพัสดุทั้งหมดได้ในคลิกเดียว
- รายงานและข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยวางแผนและปรับปรุงการจัดส่ง
ราคา
- 2Ship มีแผน Free และแบบเลือกจ่ายตามการใช้งาน รวมถึงแพ็กเกจ Starter ประมาณ ฿800/เดือน, Basic ประมาณ ฿1,200/เดือน, Enhanced ประมาณ ฿2,100/เดือน, Ultimate ประมาณ ฿3,800/เดือน และ Ultimate 2 ประมาณ ฿5,200/เดือน พร้อมทดลองใช้งานฟรี 30 วัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบจัดการขนส่ง eCommerce
ระบบจัดการขนส่ง eCommerce คืออะไร?
ระบบจัดการขนส่งคือซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์จัดการขั้นตอน fulfillment ได้แบบอัตโนมัติ เช่น การพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ การติดตามสต็อก และการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการขนส่ง
บริษัทขนส่งไหนดีที่สุดสำหรับ eCommerce?
ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ เพราะขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า พื้นที่จัดส่ง และงบประมาณ โดยในระดับสากลมักใช้ UPS, FedEx และ USPS ส่วนในไทย ธุรกิจส่วนใหญ่มักเลือกใช้ ไปรษณีย์ไทย, Flash Express, Kerry หรือ J&T ตามความเหมาะสมของงานจัดส่ง
Shopify มีระบบจัดการขนส่งสำหรับ eCommerce หรือไม่?
มี Shopify มีระบบจัดการขนส่งในตัว ช่วยให้ร้านค้าจัดการออเดอร์ พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ ลดต้นทุนค่าส่ง และติดตามพัสดุได้โดยตรงจากหลังบ้านของ Shopify


