การโฆษณาบนโซเชียลมีเดียถือเป็นวิธีที่ดีในการเข้าถึงลูกค้าในที่ที่ใช้งานจริง และการยิงแอดผ่าน Facebook ก็เป็นหนึ่งในช่องทางยอดนิยมสำหรับโปรโมทธุรกิจออนไลน์ แพลตฟอร์มในเครือ Meta ทั้ง Facebook, Instagram, Messenger, WhatsApp และ Threads มีผู้ใช้งานรายวันรวมกันกว่า 3.54 พันล้านคน หรือเกือบ 42% ของประชากรโลก
แต่เมื่อแบรนด์ต่าง ๆ แข่งขันกันมากขึ้น และโฆษณาบน Meta ก็พัฒนาไปพร้อมกับเครื่องมือ AI อย่าง Advantage+ การสร้างแคมเปญที่โดดเด่นโดยไม่มีข้อมูลเชิงลึกที่ดีพอจึงยากขึ้นเรื่อย ๆ การสร้างกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การตั้งค่าประมูล และการออกแบบครีเอทีฟโฆษณา ล้วนต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายาม ซึ่งนักโฆษณาที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยการ "รีเสิร์ช"
นอกจาก Facebook Business Manager แล้ว เครื่องมือที่ควรลองใช้คือ Meta Ad Library (หรือชื่อเดิมคือ Facebook Ad Library) เครื่องมือนี้ใช้ฟรีและช่วยให้ดูได้ว่าแบรนด์อื่น ๆ ยิงแอดยังไง และนำข้อมูลมาปรับใช้กับแคมเปญของตัวเองได้ทันที
📌 หมายเหตุ: ก่อนเริ่มใช้งาน แนะนำให้ติดตั้ง Meta Pixel ไว้ด้วย เพราะจะช่วยเก็บข้อมูลเชิงลึก และรองรับการทำ Facebook Retargeting ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
Facebook Ad Library คืออะไร?
Meta Ad Library คือฐานข้อมูลโฆษณาดิจิทัลที่สามารถค้นหาได้ ซึ่งแสดงข้อมูลของโฆษณาที่กำลังรันอยู่ในแพลตฟอร์มของ Meta ทั้ง Facebook, Instagram, WhatsApp, Threads, Messenger และเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ผ่าน Audience Network โดยคุณสามารถใช้ Meta Ad Library เพื่อค้นหาโฆษณาในหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาของคู่แข่ง แบรนด์ที่ร่วมคอลลาบอเรชัน หรือเนื้อหาโฆษณาด้านสังคมและการเมือง ซึ่งจะปรากฏในระบบแม้ว่าโฆษณานั้นจะหมดแคมเปญไปแล้วก็ตาม
เครื่องมือนี้เปิดตัวในปี 2018 เพื่อเพิ่มความโปร่งใสด้านโฆษณาการเมืองและประเด็นสังคม และตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่งที่ทรงพลังและใช้ฟรีที่สุดสำหรับนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจ
วิธีเข้าใช้งาน Meta Ad Library
Meta Ad Library เปิดให้ใช้งานสาธารณะโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงเข้าไปที่ facebook.com/ads/library หรือค้นหา "Meta Ad Library" ในเบราว์เซอร์ ไม่จำเป็นต้องล็อกอินบัญชี Facebook เพื่อใช้ฟังก์ชันค้นหาพื้นฐาน
จากนั้นสามารถเรียกดูข้อมูลได้หลายวิธี ดังนี้
- เลือกประเทศจากเมนูดรอปดาวน์
- เลือกหมวดหมู่โฆษณา ไม่ว่าจะเป็น All ads, Issues/elections/politics, Housing, Employment หรือ Credit
- พิมพ์คีย์เวิร์ด ชื่อแบรนด์ หรือ URL ในช่องค้นหา
- ใช้ตัวกรอง เช่น แพลตฟอร์ม ประเภทสื่อ ภาษา สถานะการใช้งาน หรือจำนวนการแสดงผลตามวันที่
- คลิกที่ผู้ลงโฆษณาเพื่อเปิดหน้าของแบรนด์นั้นและดูโฆษณาทั้งหมด ทั้งที่กำลังรันอยู่และที่หมดอายุแล้ว
เมื่อเจอโฆษณาที่ต้องการวิเคราะห์ ให้คลิกเพื่อเปิดหน้า Ad Details ซึ่งจะแสดงข้อความโฆษณาแบบเต็ม วิดีโอครีเอทีฟ ลิงก์หน้า Landing Page และเวอร์ชันต่าง ๆ ของโฆษณาที่กำลังทดสอบอยู่
หากอยู่ในสหภาพยุโรปหรือสหราชอาณาจักร จะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงและกลุ่มเป้าหมายของโฆษณานั้น นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาเพิ่มเติมผ่าน Meta Ad Library API ได้อีกด้วย
Facebook Ad Library จำเป็นยังไง? และควรใช้เมื่อไหร่?
เหตุผลที่ควรใช้ Meta Ad Library มีหลายข้อ เช่น
- หากกำลังจะเริ่มทำแคมเปญโฆษณาแรก การดูตัวอย่างโฆษณาจริงจะช่วยให้ได้แรงบันดาลใจในการวางกลยุทธ์
- ใช้ตรวจสอบไอเดียใหม่ ๆ ว่าเคยมีใครทำมาก่อนหรือยัง และจะทำให้ดีกว่าได้อย่างไร
- หาวิธีปรับปรุงหรือขยายแคมเปญที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นบนแพลตฟอร์ม Meta
- วิเคราะห์ว่าแบรนด์คู่แข่งวางกลยุทธ์โฆษณา Meta อย่างไร
- ดูว่าแบรนด์ต่าง ๆ กำลังพูดเรื่องอะไร ยิงโฆษณาแบบไหน และในช่องทางไหน
- ค้นหา Branded Content เพื่อเข้าใจว่าแบรนด์ต่าง ๆ ใช้ประโยชน์จาก Paid Partnership อย่างไร
- หากคุณขายของบน Facebook หรือ Instagram การดูโฆษณาใน Facebook Ad Library จะช่วยให้วางแผนเพื่อเพิ่มยอดเข้าชม ความสนใจ และยอดขายได้
ไม่ว่าจะมีเป้าหมายอะไร การเข้าไปดูโฆษณาใน Facebook Ad Library คือวิธีที่ดีในการจุดไอเดียใหม่ ๆ และอัปเดตว่า "กลุ่มเป้าหมายกำลังเห็นอะไรอยู่ในฟีดบ้าง"
9 วิธีใช้ Meta Ad Library ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ
- ดูโฆษณาอื่น ๆ จากผู้ลงโฆษณารายเดียวกัน
- ค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
- ดูว่าแบรนด์คู่แข่งกำลังยิงโฆษณาอะไรอยู่
- กรองโฆษณาตามประเทศที่ต้องการ
- เช็กว่าโฆษณานั้นรันมานานแค่ไหน
- ดูโฆษณาบนทุกแพลตฟอร์มของ Meta
- กรองโฆษณาตามประเภทสื่อ
- วิเคราะห์ Brand Partnership
- หาแรงบันดาลใจด้านครีเอทีฟ
1. ดูโฆษณาอื่น ๆ จากผู้ลงโฆษณารายเดียวกัน
หากเลื่อนฟีด Facebook แล้วเจอโฆษณาที่สะดุดตา คุณสามารถใช้ Facebook Ad Library เพื่อตรวจสอบว่าแบรนด์นั้นกำลังเผยแพร่โฆษณาแบบอื่นอยู่หรือไม่ วิธีนี้ช่วยให้เห็นแนวทางการสื่อสาร โปรโมชัน และรูปแบบครีเอทีฟที่แบรนด์ใช้ได้ชัดขึ้น และนำไปต่อยอดเป็นไอเดียสำหรับโฆษณาของคุณได้
หากต้องการดูโฆษณาของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ให้เข้าไปที่หน้า Facebook ของแบรนด์นั้น แล้วเลือกแท็บ “เกี่ยวกับ” (About) จากนั้นมองหาหัวข้อ “ความโปร่งใสของเพจ” (Page transparency)
เลื่อนลงมาและคลิก “ดูทั้งหมด” (See all) เพื่อเปิดรายละเอียดเพิ่มเติม แล้วเลือก “ไปที่ Ad Library” (Go to Ad Library) ระบบจะแสดงโฆษณาที่แบรนด์กำลังเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta
ตามข้อมูลจาก Ad Library ของแบรนด์ Girlfriend Collective มีการดำเนินการโฆษณาหลายประเภทในแพลตฟอร์ม
เมื่อดูโฆษณาของเพจใดเพจหนึ่งในภาพรวมแบบมุมกว้าง จะสามารถสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่างได้ เช่น ผู้ลงโฆษณาอาจใช้ภาพหรือข้อความที่คล้ายกันในหลายแคมเปญ ซึ่งอาจบอกได้ว่าคอนเทนต์แบบนั้นได้ผลดี นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่าแบรนด์นั้นใช้โฆษณาประเภทเดิม ๆ ซ้ำกันบ่อย (เช่น วิดีโอ อินโฟกราฟิก ฯลฯ) หรือพยายามทดลองใช้หลายรูปแบบผสมกัน ตัวอย่างเช่น แบรนด์เสื้อผ้าแนวรักษ์โลกอย่าง Girlfriend Collective ใช้โฆษณาแบบวิดีโอบน Facebook ร่วมกับภาพนิ่งในแคมเปญโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Meta
2. ค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
ถ้าอยากดูโฆษณาบน Facebook ที่ใกล้เคียงกับธุรกิจ ลองค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับวงการ แบรนด์ หรือสินค้าใน Meta Ad Library เพื่อดูว่ามีโฆษณาแบบไหนกำลังรันอยู่ สิ่งนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของข้อความโฆษณาในตลาดตอนนี้ และอาจช่วยให้สังเกตเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้เป็นการตลาดสำหรับธุรกิจได้
ตัวอย่างเช่น ถ้าขายอาหารวีแกน อาจลองค้นหาคำว่า "ซอสมังสวิรัติ" หรือชื่อสินค้าที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น "เนื้อมังสวิรัติ" หรือ "ชีสมังสวิรัติ"
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มค้นหาคำไหนดี? แม้ว่า Facebook Ad Library จะไม่ใช่เครื่องมือด้าน SEO โดยตรง แต่ทักษะการค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีสามารถช่วยให้เลือกใช้คำค้นที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด
ลองทบทวนพื้นฐานการหาคีย์เวิร์ดจากคู่มือเหล่านี้
- วิธีวิเคราะห์คีย์เวิร์ดของคู่แข่ง
- คู่มือการหาคีย์เวิร์ดสำหรับสายอีคอมเมิร์ซ
3. ดูว่าแบรนด์คู่แข่งกำลังยิงโฆษณาอะไรอยู่
ถ้าอยากจับตาคู่แข่ง หรืออยากเข้าใจภาพรวมของการแข่งขันในตลาด สามารถค้นหาข้อมูลจากเพจและผู้ลงโฆษณาใน Facebook Ad Library ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องใช้คีย์เวิร์ดเฉพาะก็ได้
หากต้องการดูตัวอย่างโฆษณาเฟสบุ๊กที่แบรนด์คู่แข่งกำลังรันอยู่นั้นมีอะไรบ้าง ให้ลองค้นหาชื่อแบรนด์ใน Meta Ad Library โดยตรง หรือเข้าไปที่เพจ Facebook ของแบรนด์นั้น แล้วดูจากตรงนั้นก็ได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น หากอยากดูว่าแบรนด์สายดูแลตัวเองอย่าง Blendily กำลังโฆษณาอะไรอยู่ สามารถเข้าไปที่เพจธุรกิจ แล้วเลือกแท็บ "เกี่ยวกับ" (About) จากแถบเมนูด้านบน จากนั้นคลิกที่ "ความโปร่งใสของเพจ" (Page transparency) แล้วเลือก "ดูทั้งหมด" (See all) เพื่อเปิดหน้าต่างป๊อปอัปที่แสดงข้อมูลการดำเนินการของเพจนั้น จากตรงนั้น จะเห็นได้ว่าเพจนั้นกำลังรันโฆษณาอยู่หรือไม่ ในตัวอย่างนี้ เพจของ Blendily มีการรันโฆษณาอยู่ จึงสามารถกดปุ่ม "ไปที่ Ad Library" เพื่อดูรายละเอียดโฆษณาที่กำลังรันได้เลย
สกรีนช็อตหน้าความโปร่งใสของเพจ Blendily ที่กำลังรันโฆษณา
เพจธุรกิจแต่ละเพจจะมีหน้า Ad Library ของตัวเอง ซึ่งจะแสดงโฆษณาทั้งหมดที่กำลังรันอยู่ในขณะนั้น บางแบรนด์อาจมีแค่โฆษณาเดียว หรืออาจมีหลายแคมเปญให้ดู ถ้ามีโฆษณาหลายรายการ Meta Ad Library จะจัดกลุ่มโฆษณาเหล่านั้นตามเดือนที่เริ่มรันแอด เพื่อให้ดูง่ายและเป็นระเบียบ
4. กรองโฆษณาตามประเทศที่ต้องการ
หากขายสินค้าระหว่างประเทศ ก็มีโอกาสสูงที่จะต้องทำแคมเปญโฆษณาแยกตามแต่ละประเทศหรือกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ต่างกัน และแม้ว่าจะไม่ได้ขายแบบอินเตอร์ การยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายก็อาจต้องเน้นเฉพาะในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ไม่ว่าจะกรณีไหน การกรองการค้นหาโฆษณาใน Meta Ad Library ตามประเทศจะช่วยให้เห็นครีเอทีฟโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและพื้นที่ที่ต้องการเจาะตลาดมากขึ้น
หากต้องการดูโฆษณาในประเทศใดประเทศหนึ่ง เพียงไปที่เมนูแบบดรอปดาวน์ จากนั้นสามารถเลื่อนหารายชื่อประเทศ หรือพิมพ์ชื่อประเทศในช่องค้นหาได้เลย และยังสามารถกรองโฆษณาตามประเทศได้จากหน้า Ad Library ของผู้ลงโฆษณาแต่ละรายโดยตรงเช่นกัน
Meta
5. เช็กว่าโฆษณานั้นรันมานานแค่ไหน
การดูวันที่เริ่มรันโฆษณานั้นมีประโยชน์ เพราะจะช่วยให้เข้าใจได้ว่าโฆษณานั้นแสดงให้ผู้ใช้งานเห็นมานานเท่าไหร่ และผู้ลงโฆษณาทุ่มงบโฆษณาให้กับแคมเปญนี้มานานแค่ไหน
ถ้าโฆษณารันมาได้สักพักแล้ว ก็อาจตีความได้ว่าโฆษณานั้นได้ผลดี หรือผู้ลงโฆษณาอาจยังไม่ให้ความสำคัญกับการอัปเดตหรือปรับแต่งโฆษณา
หากต้องการกรองตามวันที่ ให้ค้นหาชื่อแบรนด์ใน Meta Ad Library คลิกปุ่ม Filters เลื่อนลงไปด้านล่างของหน้าต่างป๊อปอัป แล้วเลือก "Impressions by date" จากตรงนั้นสามารถดูได้ว่าโฆษณาใดรันในช่วงเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นวันที่เฉพาะเจาะจง ช่วงวัน "ก่อนหรือภายในวันที่..." หรือ "ตั้งแต่วันที่..." ก็ได้ โดยย้อนหลังได้ถึงเดือนกรกฎาคม 2018
นำข้อมูลที่ได้มาทดลองปรับใช้กับโฆษณาของตัวเอง ดังนี้
- ตัดแบรนด์ออกแล้วมองหา "กลไก" ของโฆษณา สังเกตว่าโฆษณานั้นสัญญาอะไร ใช้รูปแบบไหน และมี Call-to-Action แบบใด
- นำแนวทางที่ได้ผลมาปรับใส่ Brand Voice และวิชวลของตัวเอง
- เปิดตัวโฆษณา 2-3 เวอร์ชันตามที่วิเคราะห์ได้ เพื่อทดสอบในแต่ละขั้นของ Funnel
Graza
6. ดูโฆษณาบนทุกแพลตฟอร์มของ Meta
โฆษณาบน Facebook มีหลายรูปแบบ และความจริงแล้ว การยิงแอดบน Facebook ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนฟีดหรือไทม์ไลน์เท่านั้น โฆษณาบางประเภทอาจแสดงใน Stories หรือแม้แต่ใน Messenger
เนื่องจากบริษัทแม่ของ Facebook อย่าง Meta ยังเป็นเจ้าของ Instagram และ WhatsApp ด้วย จึงสามารถเลือกให้โฆษณาปรากฏบนหลายแพลตฟอร์มในเครือ Meta ได้
เมื่อเรียกดูโฆษณาใน Meta Ad Library จะเห็นข้อมูลว่าโฆษณาแต่ละตัวรันอยู่ในรูปแบบใด และอยู่บนแพลตฟอร์มใด ให้ดูที่รายละเอียดด้านบนของภาพโฆษณา ซึ่งจะระบุสถานะของโฆษณา วันที่เริ่มรัน และรายชื่อแพลตฟอร์มที่โฆษณานั้นถูกแสดงอยู่ Ad Library จะแสดงไอคอนเพื่อบอกตำแหน่งการแสดงผลของแต่ละโฆษณา นอกจากนี้ยังสามารถเลือกแพลตฟอร์มได้จากเมนู Filters อีกด้วย
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจว่าควรใช้โฆษณาแบบไหนในแคมเปญของตัวเอง เช่น หากสังเกตว่าคู่แข่งรายหนึ่งวางโฆษณาบน WhatsApp ก็อาจลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน หรือถ้าไม่มีคู่แข่งรายใดใช้โฆษณาใน Messenger เลย นั่นอาจเป็นโอกาสที่ดีให้ลองใช้ช่องทางนั้นเพื่อสร้างความแตกต่าง
ตามข้อมูลจาก Meta Ad Library โฆษณาสามรายการนี้จาก Baboon to the Moon กำลังแสดงอยู่บน Facebook, Instagram, Audience Network และ Messenger
7. กรองโฆษณาตามประเภทสื่อ
บน Facebook และ Instagram สามารถลงโฆษณาได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ Carousel หรือภาพนิ่ง หากต้องการดูว่าแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งใช้โฆษณาประเภทใด หรืออยากรู้ว่าแบรนด์ต่าง ๆ ใช้สื่อแบบไหนกับคีย์เวิร์ดเฉพาะ สามารถกรองตามประเภทสื่อได้เลย
ทำได้โดยพิมพ์คำค้นหา คลิกปุ่ม Filters แล้วเลือกประเภทโฆษณาที่ต้องการจากเมนูดรอปดาวน์ Media type
8. วิเคราะห์ Brand Partnership
นอกจากการค้นหาโฆษณาแบบ Paid Ads แล้ว ยังสามารถใช้ Meta Ad Library เพื่อค้นหา Branded Content จากครีเอเตอร์บนโซเชียลมีเดียได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจกลยุทธ์ Influencer Marketing ของคู่แข่ง และช่วยระบุประเภทของครีเอเตอร์ที่อาจต้องการร่วมงานด้วย
สามารถค้นหาตามแบรนด์ โดยเลือกระหว่าง Branded Facebook posts หรือ Branded Instagram posts หรือค้นหาตามครีเอเตอร์รายบุคคลก็ได้ โดยโพสต์ที่ปรากฏในผลการค้นหาจะเป็นเฉพาะโพสต์ที่ติดป้าย "Paid Partnership" ของ Meta เท่านั้น แม้ว่าป้ายนี้จะเป็นข้อกำหนดในกรณี Influencer และ Affiliate Marketing เกือบทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ถูกใช้เสมอไป
9. หาแรงบันดาลใจด้านครีเอทีฟ
การหาวิธีนำเสนอสินค้าให้โดดเด่น เขียนคอปปี้ที่น่าสนใจ และออกแบบวิชวลที่ดึงดูดสายตาอาจเป็นเรื่องยาก หากคุณติดอยู่กับความคิดเดิม ๆ ลองเข้าไปดูใน Meta Ad Library เพื่อหาแรงบันดาลใจ ค้นหาแบรนด์คู่แข่งเพื่อดูว่าผู้เล่นในอุตสาหกรรมเดียวกันกำลังทำอะไรอยู่ หรือมองหาแบรนด์ที่มีกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และโฆษณาที่ชื่นชอบ แม้จะอยู่ต่างอุตสาหกรรมก็ตาม
ตัวอย่างเช่น แบรนด์กระเป๋าอย่าง Cancha ออกแบบกระเป๋าสำหรับนักเทนนิสและนักปาเดลโดยเฉพาะ ในโฆษณา Meta ของแบรนด์นี้ เน้นทั้งด้านประสิทธิภาพสูงและความเป็นอเนกประสงค์ของสินค้าสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กีฬา เช่น การเดินทางไปทำงาน
นอกจากนี้ยังสามารถดูแรงบันดาลใจด้านวิชวลแบรนด์ดิ้งและการเขียนข้อความได้จาก Meta Ad Library เช่น แบรนด์น้ำมันมะกอกอย่าง Graza ใช้ Brand Voice ที่สนุกสนานและชุดสีเขียวสดใสในบรรจุภัณฑ์และสื่อการตลาดทั้งหมด ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนในทุกโฆษณา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Facebook Ad Library
จะเข้าใช้งาน Facebook Ad Library ได้อย่างไร?
สามารถเข้า Meta Ad Library ได้ 2 วิธี ได้แก่
- พิมพ์ URL facebook.com/ads/library ลงในเบราว์เซอร์โดยตรง
- เลื่อนลงไปที่ส่วน "ความโปร่งใสของเพจ" ในเพจ Facebook ที่ต้องการดู คลิก "ดูทั้งหมด" แล้วเลือก "ไปที่ Ad Library"
Meta Ad Library แสดงโฆษณาทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะ Ad Library จะแสดงเฉพาะโฆษณาที่กำลังรันอยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta เท่านั้น ไม่รวมโฆษณา Google โฆษณา Meta ที่หมดอายุ หรือโฆษณาจากเครือข่ายอื่น ๆ ส่วนข้อยกเว้นคือโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมหรือการเมือง ซึ่งจะถูกเก็บไว้ใน Meta Ad Library ได้นานถึง 7 ปี ไม่ว่าจะยังเปิดใช้งานอยู่หรือไม่
ข้อมูลใน Facebook Ad Library เชื่อถือได้แค่ไหน?
ได้เลย ตาม Meta ระบุว่า Ad Library มีข้อมูล "โฆษณาทั้งหมดที่กำลังรันอยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta" ครอบคลุมทั้ง Facebook, Instagram, Messenger และ Audience Network ทำให้เป็นเครื่องมือที่เชื่อถือได้สำหรับการค้นหาโฆษณาของคู่แข่งและศึกษาเทรนด์แบบเรียลไทม์
งบ 700 บาทต่อวันเพียงพอสำหรับโฆษณา Facebook หรือไม่?
เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นทดสอบโฆษณา เพราะระบบโฆษณาของ Facebook ใช้การประมูล และคุณสามารถกำหนดงบรายวันหรือเพดานการใช้จ่ายเพื่อควบคุมต้นทุนได้ ค่าโฆษณาจริงจะแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และการแข่งขันในช่วงนั้น แต่โดยเฉลี่ยอาจอยู่ที่ราว 25 บาทต่อคลิก และประมาณ 450 บาทต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง (CPM)

