TikTok ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก ไม่ได้เป็นแค่แอปโปรดของ Gen Z เท่านั้น แต่ยังเป็น “ตัวขับเคลื่อนเทรนด์” ระดับโลก ที่มีอิทธิพลต่อแฟชั่น อาหาร เพลง และวัฒนธรรมของผู้คนหลากหลายช่วงวัย สำหรับแบรนด์อีคอมเมิร์ซ การจับเทรนด์ TikTok ให้ถูกจังหวะสามารถช่วยสร้างการมองเห็นแบบไวรัล เพิ่มการมีส่วนร่วม และต่อยอดไปสู่ยอดขายได้จริง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเทรนด์ TikTok ที่ควรตาม จุดสำคัญคือการรู้ว่าเทรนด์ไหนกำลังมา เทรนด์ไหนมีโอกาสอยู่ได้นาน และจะหยิบมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวตนของแบรนด์คุณได้อย่างไร
ในคู่มือนี้ คุณจะได้รู้จักภาพรวมของเทรนด์ TikTok ที่กำลังมาแรง รวมถึงแฮชแท็กสำคัญสำหรับสายอีคอมเมิร์ซในปี 2025 พร้อมตัวอย่างจริง ที่ช่วยจุดไอเดียสำหรับสร้างคอนเทนต์ไวรัลโพสต์ถัดไปของคุณ
เทรนด์ TikTok คืออะไร?
เทรนด์ TikTok คือเสียง ท่าเต้น แฮชแท็ก ชาเลนจ์ หัวข้อ หรือรูปแบบวิดีโอ ที่กลายเป็นไวรัลบนแพลตฟอร์ม โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากวิดีโอหนึ่งที่โดดเด่น แล้วผู้ใช้งานคนอื่นนำไปดัดแปลง (remix) ในสไตล์ของตัวเองต่อ
บางเทรนด์ TikTok มาเร็วไปเร็ว หายไปภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่บางเทรนด์กลับกลายเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ใช้ได้ยาว และยังเป็นจุดเริ่มต้นของครีเอเตอร์ชื่อดังหลายคน ที่สร้างยอดวิวระดับล้านและมีอิทธิพลต่อโซเชียลมีเดียในวงกว้าง
สำหรับแบรนด์ การจับเทรนด์ TikTok ตั้งแต่ช่วงต้นสามารถสร้างการมองเห็นแบบก้าวกระโดดได้ และเพราะหลายเทรนด์เริ่มต้นจาก TikTok ก่อนจะกระจายไปยังแพลตฟอร์มอื่น หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน การตามเทรนด์ให้ทันจึงเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
วงจรของเทรนด์ TikTok
ต่างจากโซเชียลมีเดียแบบเดิมที่เทรนด์ค่อย ๆ เติบโต อัลกอริทึมของ TikTok จะดันคอนเทนต์ตาม “แรงส่ง” (momentum) ไม่ใช่จำนวนผู้ติดตาม นั่นหมายความว่าใครก็สามารถสร้างเทรนด์ได้ และใครก็สามารถเกาะเทรนด์ได้เช่นกัน ซึ่งโดยทั่วไป เทรนด์ TikTok มักมีวงจรประมาณนี้
- ครีเอเตอร์โพสต์คอนเทนต์ที่แปลกใหม่หรือสะดุดตา
- ผู้ใช้งานคนอื่นเริ่มทำตามในรูปแบบเดียวกัน
- เสียงหรือไอเดียนั้นเริ่มไวรัล
- แบรนด์ใหญ่เริ่มเข้ามาร่วมเล่น
- เทรนด์พีคสุด
- จากนั้นก็หายไป (หรือถูกเอาไปล้อจนหมดกระแส)
สิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์คือ “จังหวะ” หากเข้าร่วมเร็วเกินไป อาจยังไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าช้าเกินไป ก็เสี่ยงดูไม่ทันกระแสและเสียความน่าเชื่อถือ
การไทร์อินแบรนด์ผ่านการร่วมมือกับคอมมูนิตี้เฉพาะกลุ่ม
หนึ่งในกลยุทธ์ที่แบรนด์ทำได้ฉลาดมากบน TikTok ตอนนี้ คือการเข้าไปร่วมมือกับคอมมูนิตี้เฉพาะกลุ่มและครีเอเตอร์สาย niche แทนที่จะพยายามสร้างกระแสเองทั้งหมด
ลองนึกถึงคอมมูนิตี้อย่าง #booktok, #skintok, clean girl aesthetic, alt fashion, cottagecore หรือ #momsoftiktok ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีภาษาของตัวเอง มุกเฉพาะกลุ่ม และครีเอเตอร์ที่ผู้ติดตามเชื่อถืออยู่แล้ว
ตัวอย่างเช่น แบรนด์สกินแคร์อย่าง CeraVe ที่ร่วมมือกับแพทย์ผิวหนังและครีเอเตอร์สาย “skintok” เพื่อเข้าไปอยู่ในบทสนทนาเกี่ยวกับการดูแลผิว หรือ Scrub Daddy ที่กลายเป็นมีมยอดนิยมในกลุ่ม Gen Z ด้วยการใช้มุกตลกแนว absurd ในคอนเทนต์ทำความสะอาดบ้าน
แม้แต่แบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรีอย่าง Gucci ก็ยังจับมือกับครีเอเตอร์ใน #fashiontok ที่นำแฟชั่นระดับสูงมาถ่ายทอดในรูปแบบสนุก เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงกับผู้ชมได้มากขึ้น
การซึมซับและสะท้อนตัวตน ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและการมีส่วนร่วม
TikTok เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถแสดงออกถึงตัวตนได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนในปัจจุบัน ตัวตนที่อยากเป็น หรือภาพลักษณ์ที่อยากให้คนอื่นมองเห็น ตัวตนเหล่านี้ปรากฏอยู่ในทุกจุด ตั้งแต่แฮชแท็กที่ใช้ ไปจนถึงครีเอเตอร์ที่เลือกติดตาม และแบรนด์ที่เข้าใจความหลากหลายนี้ก็มักสร้างการมีส่วนร่วมและความภักดีจากผู้ชมได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม การแสดงตัวตนบน TikTok ไม่ใช่แค่การเลือกใช้โมเดลที่หลากหลายหรือใส่แฮชแท็กให้ถูกต้องเท่านั้น แบรนด์ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริงคือแบรนด์ที่สะท้อนความเป็นจริงของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม รูปร่าง เพศสภาพ ความหลากหลายทางระบบประสาทหรือประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น Fenty Beauty ที่นำเสนอครีเอเตอร์จากหลากหลายเฉดสีผิว หรือ Aerie ที่สื่อสารเรื่องการยอมรับรูปร่างผ่านคอนเทนต์จริงโดยไม่รีทัช แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการเป็นตัวแทนของผู้คนอย่างแท้จริงจึงสามารถสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ลึกกว่า และเข้าถึงความรู้สึกของผู้บริโภคได้มากกว่าแนวทางแบบเดิมที่ใช้สูตรเดียวกับทุกกลุ่มเป้าหมาย
ตัวเร่งความคิดสร้างสรรค์ กลยุทธ์คอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
เมื่อคอนเทนต์บน TikTok เคลื่อนไหวเร็วขึ้นและความคาดหวังของผู้ชมสูงขึ้น แบรนด์และครีเอเตอร์จึงหันมาใช้ AI เพื่อให้ตามกระแสได้ทัน
เครื่องมือตัดต่อวิดีโออย่าง CapCut ที่ TikTok ผลักดัน รวมถึง Runway และ Descript ช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างวิดีโอคุณภาพระดับโปรได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เครื่องมืออย่าง ChatGPT ก็ช่วยได้ทั้งการคิดไอเดียเนื้อเรื่อง เขียนแคปชัน และวางโครงสตอรี่บอร์ด นอกจากนี้ ฟีเจอร์ AI ของ TikTok เช่น ฟิลเตอร์เปลี่ยนหน้าเป็นวัยชรา หรือเอฟเฟกต์การ์ตูน ก็ยังช่วยจุดกระแสเทรนด์ย่อยใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
สำหรับผู้ขาย การใช้ AI ไม่ได้หมายความว่าต้องสร้างตัวแทนเสมือนจริงเสมอไป แต่อาจเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ อย่างการใช้ AI ช่วยคิดไอเดียเปิดคลิปใหม่ ๆ ตัดต่อวิดีโอสินค้าแบบเป็นชุด ใส่ข้อความบนวิดีโอ หรือรีมิกซ์คอนเทนต์จากผู้ใช้งานให้ออกมาในรูปแบบที่น่าสนใจมากขึ้น
18 เทรนด์ TikTok ที่ช่วยจุดไอเดียแคมเปญของคุณ
- Get ready with me (คอนเทนต์พาเตรียมตัวไปพร้อมกัน)
- #tiktokmademebuyit (ของมันต้องมี)
- Girlhood
- ชาเลนจ์อาหารและ #foodtok
- ซาวด์อินเทรนด์
- คอนเทนต์พัฒนาตัวเองและพลังบวก
- คอมมูนิตี้และและวัฒนธรรมเฉพาะ
- เทรนด์คิดบวกแบบมองโลกในแบบที่อยากให้เป็น
- ชาเลนจ์ TikTok
- เทรนด์เต้นตามกระแส
- มีมและเทรนด์ป๊อปคัลเจอร์
- คอนเทนต์โชว์ลุคการแต่งตัว
- ASMR
- เทรนด์ย้อนยุคและความคิดถึง
- POV (คอนเทนต์เล่าเรื่องจากมุมมองสมมติ)
- คอนเทนต์พาแพ็กออเดอร์
- รูทีนหลังเลิกงาน
- ลิสต์ที่อยากทำก่อนอายุ 30
ไม่ใช่ทุกชาเลนจ์หรือมีมบน TikTok จะเหมาะกับแบรนด์ของคุณ แต่หลายเทรนด์สามารถนำมาปรับให้เข้ากับโทนเสียงและกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ การใส่ไอเดียหรือสไตล์ของตัวเองลงไปในเทรนด์ จะช่วยให้คุณสร้างยอดขาย ขยายฐานผู้ติดตาม และเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ได้มากขึ้น
TikTok คือจุดเริ่มต้นของมีม เทรนด์แฟชั่น อินฟลูเอนเซอร์ และแม้แต่เทรนด์อาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ต่อไปนี้คือเทรนด์ TikTok ที่ใช้ได้ยาวและยังคงได้ผล เพื่อช่วยจุดไอเดียสำหรับแคมเปญวิดีโอครั้งถัดไปของคุณ
สถานะของเทรนด์: ♻️ = ใช้ได้ต่อเนื่อง | 📈 = กำลังมาแรง
1. Get ready with me (คอนเทนต์พาเตรียมตัวไปพร้อมกัน) ♻️
วิดีโอ "Get ready with me" เป็นหนึ่งในรูปแบบหลักของ TikTok ที่ใช้โดยช่างแต่งหน้า ครีเอเตอร์ความงาม อินฟลูเอนเซอร์แฟชั่น และผู้ใช้ทั่วไปเพื่อแสดงกิจวัตรตอนเช้าหรือการเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมต่างๆ
เทรนด์นี้เหมาะสำหรับแบรนด์ความงามและสุขภาพ โดยเฉพาะหากสามารถร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างเป็นธรรมชาติในกิจวัตร ตัวอย่างเช่น OUAI ได้ร่วมมือกับครีเอเตอร์เพื่อเน้นผลิตภัณฑ์โดยใช้รูปแบบ GRWM

แบรนด์ไลฟ์สไตล์สามารถใส่สไตล์ของตัวเองลงในเทรนด์ เช่นตัวอย่างนี้จาก Yeti

2. #tiktokmademebuyit (ของมันต้องมี) ♻️
TikTok เต็มไปด้วยครีเอเตอร์ที่แชร์สินค้าที่ค้นพบจากในแอป พร้อมติดแฮชแท็กยอดนิยมอย่าง #TikTokMadeMeBuyIt ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ TikTok ที่ช่วยดันสินค้าให้ไวรัลได้จริง
เทรนด์นี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เพราะรีวิวสินค้าและคำแนะนำแบบจริงใจสามารถสร้างการมองเห็นและยอดขายได้อย่างก้าวกระโดด การใช้แฮชแท็กนี้กับวิดีโอสินค้า จะช่วยให้คอนเทนต์เข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น โดยเฉพาะหากสินค้าของคุณมีจุดเด่นแบบ “แก้ปัญหาได้จริง” หรือสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ เทรนด์นี้ยังเป็นช่องทางที่ดีในการเก็บคอนเทนต์จากผู้ใช้งานจริง (UGC) เพราะแฮชแท็กนี้มักเต็มไปด้วยรีวิวและคำชื่นชมจากลูกค้าจริง ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดใช้กับแบรนด์ได้
3. Girlhood ♻️
TikTok กำลังนิยามคำว่า “Girlhood” ใหม่ในปี 2025 จากเดิมที่เน้นภาพลักษณ์โทนหวาน กลายเป็นการสะท้อน “ประสบการณ์ชีวิตจริงของผู้หญิง” ที่หลากหลายมากขึ้น
เทรนด์นี้ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องความโปร่งใสด้านรายได้ คลิปสอนทำผมแบบ ASMR การรีวิวสินค้าแบรนด์เนม รูทีนดูแลตัวเอง ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน โดย TikTok อธิบายว่าเป็นเหมือน “ชุมชนผู้หญิงในโลกดิจิทัล” และมีผู้หญิงถึง 72% ที่บอกว่าสามารถเชื่อมต่อและสร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่นี้ได้ง่าย
นอกจากนี้ ยังเห็นได้ชัดว่าผู้หญิงจำนวนมากให้ความสนใจกับคอนเทนต์เกี่ยวกับหนี้การศึกษา การวางแผนการเงิน การดูแลสุขภาพ และการเติบโตในสายอาชีพ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนความหมายของการเป็นผู้หญิงยุคใหม่
4. ชาเลนจ์อาหารและ #foodtok ♻️
ชาเลนจ์สายกินเป็นหนึ่งในคอนเทนต์หลักของ TikTok มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ชาเลนจ์กินเผ็ดสุดขั้วในปี 2023 ไปจนถึงชาเลนจ์เป่ายิ้งฉุบเลือกอาหารที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน แม้ว่าแต่ละชาเลนจ์จะมาเร็วไปเร็ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือ #FoodTok ที่เป็นคอมมูนิตี้ใหญ่และมีสีสัน ซึ่งผู้ใช้งานยังคงติดตามอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ควรเลือกใช้แฮชแท็กเฉพาะทางที่สอดคล้องกับสินค้า เพื่อเชื่อมโยงกับเทรนด์ได้ชัดเจนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Olipop ที่ใช้แฮชแท็ก #DrinkTok ในการแชร์สูตรเครื่องดื่มแนว “sleepy girl mocktail” เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด

5. ซาวด์อินเทรนด์ ♻️
ซาวด์ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเทรนด์ TikTok ไม่ว่าจะเป็นเพลงใหม่จากอัลบั้มดัง คลิปจากภาพยนตร์ หรือเสียงที่ถูกนำไปใช้ต่อจากวิดีโอไวรัลอื่น ๆ ทั้งจังหวะดนตรี ท่อนฮุค หรือซาวด์ยอดนิยม ล้วนมีโอกาสกลายเป็นไวรัลบนแพลตฟอร์มได้ ตัวอย่างจากแบรนด์ เช่น Sol De Janeiro ที่นำเทรนด์ #hellosharks มาใช้ โดยจับคู่เพลงธีมของรายการ Shark Tank กับการพรีเซนต์สินค้าในรูปแบบสนุก ๆ เสมือนกำลังเสนอไอเดียให้กรรมการลงทุน

อีกตัวอย่างคือหลังจากอัลบั้มใหม่ของ Taylor Swift ปล่อยออกมา เจ้าของแบรนด์ XXL Scrunchie ก็หยิบท่อนเพลง “I cry a lot, but I’m so productive” มาปรับใช้กับคอนเทนต์ธุรกิจขนาดเล็ก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแส Swiftie

หากคุณต้องการใช้เสียงที่กำลังเป็นเทรนด์ในคอนเทนต์ สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
- เข้าไปที่วิดีโอที่ใช้เสียงนั้น
- กดที่ไอคอนวงกลมมุมขวาล่างเพื่อดูรายละเอียดเสียง
- กดบันทึกไว้ในรายการโปรด หรือเลือกใช้เสียงนั้นสร้างคอนเทนต์ได้ทันที
6. คอนเทนต์พัฒนาตัวเองและพลังบวก ♻️
ในปีนี้ เทรนด์ TikTok กำลังให้ความสำคัญกับการเติบโตจากภายในมากขึ้น โดยจะเห็นคอนเทนต์เกี่ยวกับสุขภาพใจ การเยียวยา และการเปลี่ยนแปลงตัวเองในเชิงบวกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แฮชแท็กอย่าง #HopeCore, #Affirmations และ #SelfCare ถูกใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ
เทรนด์นี้เน้นการสื่อสารเชิงบวกและการให้กำลังใจ ไม่ได้โฟกัสแค่การเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่เป็นการพัฒนาภายใน แบรนด์สายสุขภาพและการดูแลตัวเองสามารถนำเทรนด์นี้ไปใช้ได้ โดยนำเสนอสินค้าในบริบทที่จริงใจ อบอุ่น และสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าการขายแบบตรง ๆ
7. คอมมูนิตี้และและวัฒนธรรมเฉพาะ ♻️
เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มอื่น TikTok มีคอมมูนิตี้เฉพาะทางที่แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เทรนด์ย่อยเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็น #BookTok, #FoodTok, #FilmTok หรือ #Anime
แฮชแท็กเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาและเชื่อมต่อกับคนที่มีความสนใจเหมือนกัน ทำให้เกิดกลุ่มผู้ติดตามที่มีความผูกพันสูง ตัวอย่างเช่น QBD Books ที่เข้าร่วมเทรนด์ #BookTok ด้วยการสร้างคอนเทนต์สำหรับสายอ่านนิยายโรแมนติก และชวนผู้ชมมีส่วนร่วมกับเนื้อหา

8. เทรนด์คิดบวกแบบมองโลกในแบบที่อยากให้เป็น Delulu 📈
“Delulu” ซึ่งเป็นสแลงของ Gen Z มาจากคำว่า “delusional” ได้กลายเป็นทั้งคำฮิตและเทรนด์ TikTok ตั้งแต่ปี 2023 และยังคงมาแรงต่อเนื่อง โดย TikTok จัดให้ #Delulu เป็นหนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตามอง
เทรนด์นี้มักเป็นคอนเทนต์ที่นำเสนอมุมมองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ แม้ในสถานการณ์ที่ดูแทบเป็นไปไม่ได้ หรือดูเพ้อฝันเกินจริง และมักจะมาพร้อมวลีฮิตอย่าง delulu is the solulu หรือความเพ้อฝันคือทางออก
9. ชาเลนจ์ TikTok ♻️
ชาเลนจ์เป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์โซเชียลมีเดียมาโดยตลอด หลายกระแสไวรัลเริ่มต้นจากกิจกรรมหรือการท้าทายที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้นเอง เช่น Ice Bucket Challenge บน Facebook หรือ Kylie Jenner Lip Challenge บน YouTube
บน TikTok ชาเลนจ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นแทบทุกวัน ตั้งแต่แนวสนุกเบา ๆ ไปจนถึงแบบที่มีความเสี่ยงมากขึ้น สำหรับแบรนด์ สิ่งสำคัญคือการเลือกเข้าร่วมเฉพาะชาเลนจ์ที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์และกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง
ตัวอย่างเช่นแบรนด์ Activewear อย่าง All Fenix ที่นำชาเลนจ์ปี 2024 มาปรับใช้ในสไตล์ของตัวเอง โดยเป็นรูปแบบคล้าย “การปะทะไอเดีย” ระหว่างสองตัวเลือก เช่น Run Club vs Hot Pilates

10. เทรนด์เต้นตามกระแส ♻️
คอนเทนต์เต้น การลิปซิงก์ และท่าเต้นต่าง ๆ ถือเป็นหัวใจของ TikTok มาตั้งแต่เริ่มต้น อินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกอย่าง Charli D’Amelio และ Addison Rae ก็เติบโตจนสร้างรายได้มหาศาลจากเทรนด์เต้นไวรัลเหล่านี้
แม้เทรนด์เต้นจะมาเร็วไปเร็ว แต่ข้อดีคือ “เข้าร่วมได้ง่าย” และแบรนด์สามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้อย่างสร้างสรรค์
ตัวอย่างเช่นแบรนด์รองเท้า Crocs ที่ต่อยอดเทรนด์นี้ ด้วยการร่วมงานกับทีมเต้น Avant Gardey จากญี่ปุ่น เพื่อสร้างคอนเทนต์เต้นที่มีเอกลักษณ์บนเพจของแบรนด์

11. มีมและเทรนด์ป๊อปคัลเจอร์ ♻️
กระแสวัฒนธรรมป๊อปและมีมเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดเทรนด์ TikTok ที่สำคัญ เมื่อมีเหตุการณ์หรือคอนเทนต์หนึ่งเริ่มถูกพูดถึง ผู้ใช้งานคนอื่นก็มักนำไปต่อยอดหรือรีมิกซ์จนกลายเป็นไวรัล
สำหรับแบรนด์ การตามทันกระแส Pop culture จะช่วยให้ดูทันสมัยและเชื่อมโยงกับความสนใจของผู้ชมได้มากขึ้น แต่ควรเลือกใช้เทรนด์หรือมีมที่ “เข้ากับโทนแบรนด์” และยังอยู่ในช่วงที่กระแสยังแรงอยู่ เพื่อไม่ให้ดูตามไม่ทัน
ตัวอย่างเช่นแบรนด์รองเท้า Vessi ที่นำคลิปจากรายการทีวี I Think You Should Leave มาปรับใช้ เพื่อสื่อสารจุดเด่นของสินค้า
หรือ Scrub Daddy ที่เกาะกระแส Jojo Siwa ด้วยการใช้ลุคเมคอัพไวรัลและเสียงประกอบ มาสร้างคอนเทนต์ให้เข้ากับแบรนด์

12. คอนเทนต์โชว์ลุคการแต่งตัว ♻️
ยากโชว์ลุคประจำวันหรือ #OOTD (ชุดประจำวัน) ของคุณ? แค่ทำคอนเทนต์แนว Fit check ก็พอ เทรนด์นี้เป็นวิธีง่าย ๆ ในการนำเสนอสไตล์ส่วนตัว หรือหยิบลุคที่กำลังเป็นกระแสมาปรับในแบบของตัวเอง
เทรนด์นี้เหมาะมากสำหรับดีไซเนอร์และแบรนด์เสื้อผ้าที่ต้องการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ หรือสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งตัวให้กับผู้ชม
นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์ย่อยที่ต่อยอดจาก Fit check เช่น #SuperSizeTheLook ที่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Megababe อย่าง @katiesturino ใช้แชร์ไอเดียการแต่งตัวสำหรับคนพลัสไซซ์

13. ASMR ♻️
คอนเทนต์ ASMR หรือวิดีโอที่เน้นเสียงเพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องบน TikTok และแพลตฟอร์มวิดีโออื่น ๆ
วิดีโอประเภทนี้ผสมผสานความบันเทิงเข้ากับความรู้สึกสบายใจ เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชอบเสียงกระซิบ เสียงกรอบ เสียงเคี้ยว หรือเสียงทำกิจกรรมต่าง ๆ
แบรนด์สามารถนำเทรนด์นี้ไปปรับใช้ได้อย่างสร้างสรรค์ เช่น แบรนด์เครื่องปรุงอาหาร Omsom ที่แชร์เสียงการทำเส้นบะหมี่เผ็ดแบบชวนฟัง หรือแม้แต่แบรนด์อาหารสัตว์อย่าง Spot & Tango ที่ใช้เสียงการกินของสุนัขมาสร้างคอนเทนต์
14. เทรนด์ย้อนยุคและความคิดถึง 📈
กระแสความคิดถึงหรือ Nostalgia เป็นหนึ่งในเทรนด์ TikTok ที่มาแรงมาก ตั้งแต่การรีครีเอทลุคนักเรียนยุค 90 ไปจนถึงวิดีโอที่คนรุ่นใหม่ดูท่าเต้นยุค 80 ของพ่อแม่แล้วรู้สึกตื่นเต้น
แบรนด์และครีเอเตอร์มักแชร์คอนเทนต์ย้อนวันวานที่ทั้งเข้าถึงง่ายและชวนขำ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในโรงเรียน วัฒนธรรมอีโม แฟชั่นยุคก่อน หรือเพลงเก่า ๆ เรียกได้ว่าอะไรที่เคยฮิตเมื่อ 10, 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ยังสามารถกลับมาไวรัลได้อีกครั้งบน TikTok
แฟชั่นเฉพาะยุคอย่าง Y2K หรือเมคอัพสไตล์ยุค 60 ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น @barbie ที่นำเทรนด์การเซ็ตผมสไตล์ยุค 90 มาปรับให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของแบรนด์ในแบบของตัวเอง

15. POV (คอนเทนต์เล่าเรื่องจากมุมมองสมมติ) ♻️
POV เป็นหนึ่งในเทรนด์ TikTok ที่อยู่มายาวนาน โดยเป็นคอนเทนต์ที่เล่าเรื่องจากมุมมองของตัวละครหรือสถานการณ์หนึ่ง เช่น มุมมองของพ่อแม่ที่เข้มงวด คนที่นั่งเบาะหลังแล้วลุ้น หรือแม้แต่มุมมองของสุนัขที่ออกไปเดินเล่น
คอนเทนต์แนวนี้มักมีความตลกและเข้าถึงง่าย และสามารถปรับใช้ได้กับหลากหลายสถานการณ์ ทำให้เหมาะมากสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารตัวตนและบุคลิกให้ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น @lululemon ที่ใช้ POV เพื่อเล่าเรื่องไลฟ์สไตล์และโปรโมตคอลเลกชันใหม่ หรือ Bali Body ที่นำฟอร์แมตนี้ไปผสมกับกระแสแฟชั่น Met Gala เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่สนุกและน่าจดจำ
16. คอนเทนต์พาแพ็กออเดอร์ ♻️
ผู้ใช้งาน TikTok ชอบดูวิดีโอที่เจ้าของธุรกิจแพ็กออเดอร์สินค้า โดยเฉพาะแบรนด์ขนาดเล็ก คอนเทนต์ลักษณะนี้มักโดดเด่นทั้งด้านภาพ เสียงแบบ ASMR หรือการเล่าเบื้องหลังที่ทำให้เห็น “ตัวตนของแบรนด์” มากขึ้น
วิดีโอแพ็กออเดอร์ไม่ได้แค่โชว์สินค้า แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า เพราะได้เห็นขั้นตอนจริงก่อนสินค้าจะถึงมือ ตัวอย่างเช่น แบรนด์ของแต่งบ้าน @tartagelatina ที่แชร์วิดีโอแพ็กออเดอร์ พร้อมโชว์ดีเทลด้านดีไซน์และความใส่ใจในแบรนด์อย่างชัดเจน

17. รูทีนหลังเลิกงาน 📈
เวลาดูแลตัวเอง ผ่อนคลาย และเติมพลังให้ชีวิต บน TikTok จะเห็นคอนเทนต์แนวนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโยคะยามเย็น งานอดิเรกอย่างวาดรูป หรือออกไปเดินเล่น พบเพื่อน และใช้ชีวิตช้า ๆ หลังเลิกงาน จนกลายเป็น “รูทีนชีวิต” ที่หลายคนอิน
ในมุมของแบรนด์ นี่คือโอกาสในการเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับช่วงเวลานี้ เช่น แบรนด์ของแต่งบ้านอาจโชว์มุมพักผ่อนในบ้าน หรือแบรนด์สกินแคร์และสุขภาพสามารถนำเสนอรูทีนดูแลตัวเองช่วงเย็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
18. ลิสต์ที่อยากทำก่อนอายุ 30 📈
เทรนด์ “30 before 30” คือการตั้งเป้าหมายชีวิตก่อนอายุ 30 ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล โดยมักเป็นลิสต์สิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ ทั้งด้านอาชีพ ความท้าทายส่วนตัว และประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิต
ตัวอย่างเช่น เรียนภาษาใหม่ วิ่งมาราธอน เริ่มลงทุน หรือไปทำงานอาสาต่างประเทศ
เทรนด์นี้สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของคนยุคใหม่ ที่ไม่ได้ยึดติดกับเส้นทางชีวิตแบบเดิม แต่เลือกกำหนดเป้าหมายในแบบของตัวเอง ตามคุณค่าและการเติบโตที่ต้องการ
ตัวชี้วัดสำคัญของเทรนด์ TikTok
TikTok ให้ข้อมูลจำนวนมาก แต่เมื่อพูดถึงเทรนด์ มีเมตริกหลัก 4 ตัวที่ต้องติดตาม
- ยอดวิว คอนเทนต์ที่อิงตามเทรนด์มักได้รับการผลักดันจากอัลกอริทึม TikTok ด้วยความไวรัลของเสียงหรือรูปแบบที่กำลังเทรนด์ แต่จำไว้ว่า ยอดวิวเพียงอย่างเดียวไม่เท่ากับความสำเร็จ
- อัตราการมีส่วนร่วม คำนวณเป็น (ไลก์ + ความคิดเห็น + แชร์) ÷ ยอดวิว อัตราการมีส่วนร่วมแสดงให้เห็นว่าผู้คนเชื่อมต่อกับคอนเทนต์ได้ดีเพียงใด ค่าเฉลี่ยของแพลตฟอร์มคือ 4.86% แต่คอนเทนต์ที่เน้นเทรนด์สามารถพุ่งสูงถึง 8% ถึง 10% หรือสูงกว่า แบรนด์แฟชั่นสามารถเห็นอัตราการมีส่วนร่วมสูงถึง 13% ในขณะที่แบรนด์เครื่องใช้ในบ้านมักอยู่ในช่วง 5% ถึง 7%
- การเติบโตของผู้ติดตาม เทรนด์สามารถช่วยดึงดูดผู้ติดตามใหม่ โดยเฉพาะหากคอนเทนต์แสดงบุคลิกภาพหรือน้ำเสียงแบรนด์ ตรวจสอบว่าวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์กำลังขับเคลื่อนการเพิ่มขึ้นของผู้ติดตามหรือไม่
- คอนเวอร์ชัน TikTok ตอนนี้เสนอการวิเคราะห์ที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับการคลิกโปรไฟล์ การเข้าชมเว็บไซต์ และการซื้อ TikTok Shop ติดตามว่ามีคนเข้าชมโปรไฟล์ คลิกลิงก์ใน bio หรือช้อปปิ้งหลังจากโพสต์กี่คน และการกระทำเหล่านั้นนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของยอดขายหรือการสมัครหรือไม่
วิธีหาเทรนด์ TikTok ใหม่ ๆ
TikTok อาจดูเหมือนสุ่มในตอนแรก แต่จริง ๆ แล้วอัลกอริทึมจะคัดเลือกคอนเทนต์ตามเทรนด์และพฤติกรรมของผู้ใช้งาน หน้า For You เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่วิธีเดียวในการค้นหาเทรนด์ที่กำลังมาในตอนนี้
สังเกตหน้า For You ของคุณอยู่เสมอ
เมื่อคุณเลื่อนดูหน้า For You TikTok จะคัดเลือกวิดีโอที่คิดว่าคุณน่าจะสนใจ ยิ่งคุณมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์ คอมเมนต์ หรือกดติดตาม ฟีดของคุณก็จะยิ่งปรับให้ตรงกับความสนใจมากขึ้น
ใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มเพื่อจับเทรนด์
วิธีที่ดีที่สุดในการรู้ว่าเทรนด์ TikTok อะไรมาแรง คือการใช้งานแอปอย่างสม่ำเสมอ หน้า For You จะเริ่มสะท้อนทั้งฟอร์แมตและเสียงที่กำลังเป็นกระแส โดยเฉพาะเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับสายคอนเทนต์หรืออุตสาหกรรมของคุณ
เข้าไปดูหน้า Discover ของ TikTok

อีกวิธีในการหาเทรนด์ TikTok คือการเข้าไปที่หน้า Discover ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นว่าอะไรที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนั้น คล้ายกับหน้า For You แต่จะเน้นไปที่แฮชแท็กและหัวข้อที่กำลังมาแรงมากกว่า โดยครีเอเตอร์สามารถใช้หน้านี้เพื่อดูว่าแฮชแท็กไหนกำลังฮิต และนำไปใส่ในวิดีโอเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ชม
ใช้ TikTok Creative Center
TikTok Creative Center เป็นแหล่งรวมข้อมูลเทรนด์แบบครบจบในที่เดียว คุณสามารถดูได้ว่าอะไรมาแรงในแต่ละประเทศ ช่วงเวลา และยังสามารถกรองตามแฮชแท็ก เพลง ครีเอเตอร์ หรือวิดีโอได้ เหมาะสำหรับคนที่อยากทำคอนเทนต์โดยอิงจากข้อมูลจริง เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดเทรนด์ TikTok
ติดตามเพลงที่กำลังมาแรง
เสียงเป็นองค์ประกอบสำคัญของ TikTok โดยมีผู้ใช้งานถึง 88% ที่บอกว่าเสียงมีผลต่อประสบการณ์บนแพลตฟอร์ม เพลงและซาวด์ต่าง ๆ มักเป็นจุดเริ่มต้นของมีมและเทรนด์ไวรัล
ใน Creative Center คุณสามารถเข้าไปที่แท็บเพลงในหน้าจัดอันดับเทรนด์ เพื่อดูว่าเพลงไหนกำลังมาแรง และเลือกนำไปใช้กับคอนเทนต์ของคุณได้ทันที

จากหน้านี้ คุณสามารถคลิกเข้าไปดูข้อมูลเชิงลึกของแต่ละเพลง เพื่อวิเคราะห์ความนิยมและดูแนวโน้มการเติบโตของกระแสในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้

ติดตามแฮชแท็กที่กำลังมาแรง
สลับไปที่แท็บแฮชแท็กในหน้าจัดอันดับเดียวกัน จากนั้นคุณสามารถกรองตามช่วงเวลาและหมวดอุตสาหกรรม เช่น แฟชั่นหรือสินค้าไลฟ์สไตล์ แล้วคลิกเข้าไปดูแฮชแท็กแต่ละตัวเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มความนิยมได้
ตัวอย่างเช่น แฮชแท็กอย่าง #summervibes อาจเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ #earthday จะพุ่งสูงในช่วงเดือนเมษายนตามเทศกาล


ติดตามครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ยอดนิยม
ครีเอเตอร์ยอดนิยมมักปรากฏบนหน้า For You อยู่แล้ว เพราะ TikTok จะดันคอนเทนต์ที่กำลังมาแรงให้ผู้ใช้งานเห็นมากขึ้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ TikTok Creative Center เพื่อค้นหาและติดตามครีเอเตอร์ในสายที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรืออุตสาหกรรมของคุณได้

สลับไปที่แท็บครีเอเตอร์หรือวิดีโอใน Creative Center เพื่อค้นหาผู้ใช้งานเหล่านี้ การติดตามครีเอเตอร์ยอดนิยม โดยเฉพาะคนที่มีกลุ่มผู้ชมใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ จะช่วยให้คุณจับเทรนด์ TikTok ได้เร็วขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น
วิธีสร้างเทรนด์ TikTok
หนึ่งในเทรนด์ไวรัลของปี 2024 เริ่มต้นจากช็อกโกแลตแท่งธรรมดาในดูไบ ครีเอเตอร์คนหนึ่งถ่ายวิดีโอขณะหักช็อกโกแลตให้เห็นเลเยอร์ด้านในที่เยิ้มและน่าพอใจ จนกลายเป็นโมเมนต์ที่คนอยากแชร์ ภายในไม่กี่วัน “ช็อกโกแลตดูไบ” ก็กลายเป็นกระแสระดับโลก แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ใหญ่ก็สามารถสร้างเทรนด์ได้ บน TikTok ใครก็มีโอกาสไวรัลได้
สำหรับแบรนด์ การเริ่มต้นสร้างเทรนด์ควรเริ่มจากการเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เลือกหัวข้อที่ผู้ชมกำลังสนใจอยู่แล้ว แล้วนำมาปรับผ่านมุมมองของแบรนด์ เทรนด์ที่ดีควรเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่าย และเปิดโอกาสให้คนอื่นนำไปต่อยอดหรือเล่นตามได้
ตามแนวทางของ TikTok เทรนด์หนึ่งจะประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก
- ข้อความของเทรนด์ แนวคิดหรือสารที่ต้องการสื่อ
- แฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง ใช้รวมคอนเทนต์และขยายการเข้าถึง
- เอกลักษณ์ด้านเสียง เพลงหรือซาวด์ที่ทำให้จดจำได้
- รูปแบบภาพหรือการเล่าเรื่อง โครงสร้างคอนเทนต์ที่คนสามารถนำไปใช้ต่อได้

• สร้างชาเลนจ์ที่มีเอกลักษณ์ ใช้แฮชแท็กเฉพาะ พร้อมเสียงหรือเพลงที่ติดหูและเชื่อมโยงกับกระแสวัฒนธรรม
• ทำให้เล่นตามได้ง่าย เช่น ท่าเต้นง่าย ๆ หรือฟอร์แมตที่เลียนแบบได้ทันที ยิ่งง่ายยิ่งมีโอกาสไวรัล
• ร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช่ เลือกครีเอเตอร์ที่มีกลุ่มผู้ชมใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ
• ใส่อารมณ์ขันเข้าไปในคอนเทนต์ เปิดโอกาสให้ผู้ชมสนุก เล่น และแสดงความเป็นตัวเองได้
• เกาะกระแสวัฒนธรรมปัจจุบัน เช่น เพลงใหม่ เทรนด์แฟชั่น หรือประเด็นที่กำลังถูกพูดถึง
• อย่าขายตรงจนเกินไป คอนเทนต์ที่ไวรัลมักให้ความรู้สึกสนุกและเป็นธรรมชาติ มากกว่าการโปรโมตตรง ๆ
• ใช้เครื่องมือตัดต่อให้คอนเทนต์โดดเด่น เพิ่มจังหวะที่น่าสนใจ ใส่ทรานซิชัน หรือข้อความบนวิดีโอ
• ทำวิดีโอให้สั้นและกระชับ พร้อมใส่ข้อความเพื่อสื่อสารให้ชัด โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับเสียงที่กำลังเป็นเทรนด์
ใช้เทรนด์ TikTok ดันยอดวิวและต่อยอดธุรกิจ
แม้เทรนด์จะมาเร็วไปเร็ว แต่สิ่งที่ควรโฟกัสคือ ธีมที่เกิดซ้ำ เทรนด์ที่ใช้ได้ระยะยาว และฟอร์แมตที่ทำผลงานดีอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยให้คุณเกาะกระแสได้โดยไม่ต้องกังวลกับเทรนด์ที่หายไปเร็วเกินไป และการติดตามเทรนด์ TikTok ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นเสียงไวรัล ชาเลนจ์ หรือรูปแบบคอนเทนต์ จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าคอนเทนต์แบบไหนเวิร์กบนแพลตฟอร์ม และสามารถนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์ของตัวเองได้
เมื่อคุณเริ่มพัฒนากลยุทธ์การตลาดบน TikTok อย่าลืมติดตามว่าเทรนด์ในอุตสาหกรรมของคุณเปลี่ยนไปอย่างไร และกลุ่มเป้าหมายตอบสนองต่อคอนเทนต์แบบไหน เพื่อปรับและต่อยอดให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทรนด์ TikTok
เทรนด์ TikTok ที่ได้รับความนิยมมีอะไรบ้าง
เทรนด์ TikTok ที่น่าสนใจในปี 2026 ได้แก่
- Get ready with me (GRWM)
- #TikTokMadeMeBuyIt
- ซาวด์ติดเทรนด์
- Self-growth และ #HopeCore
- TikTok ชาเลนจ์
- Viral dances
- ป๊อบเคาเจอร์มีม
- Fit check
- ASMR
- วิดิโอ POV
การเข้าร่วมเทรนด์ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตแบบออร์แกนิกที่ได้ผล โดยจากผลสำรวจของ Shopify ในปี 2025 พบว่า ธุรกิจระยะเริ่มต้นที่มีรายได้ต่ำกว่าประมาณ 3.5 ล้านบาทต่อปี ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียแบบออร์แกนิกเป็นหลัก
หาเทรนด์ TikTok ที่กำลังมาแรงได้จากที่ไหน
วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้เวลาอยู่บน TikTok เพื่อให้หน้า For You ของคุณเรียนรู้พฤติกรรมและแสดงคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจมากขึ้น เมื่อใช้งานไปสักพัก คุณจะเริ่มเห็นแพตเทิร์นและจับเทรนด์ที่กำลังมาได้เอง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ TikTok Creative Center เพื่อสำรวจเทรนด์ยอดนิยม แฮชแท็ก เพลง ครีเอเตอร์ และวิดีโอ โดยสามารถดูย้อนหลังตามช่วงเวลาและเลือกดูตามภูมิภาคได้
เทรนด์ผู้บริโภคบน TikTok ที่แบรนด์ควรรู้มีอะไรบ้าง
นอกจากเสียงหรือฟอร์แมตที่กำลังฮิตแล้ว แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มด้วย เช่น
• TikTok กลายเป็นเครื่องมือค้นหา ผู้ใช้งานจำนวนมากค้นหาสินค้าและเทรนด์ต่าง ๆ ผ่าน TikTok โดยตรง
• การสร้างความสัมพันธ์สำคัญมากขึ้น โซเชียลมีเดียไม่ใช่การสื่อสารทางเดียว แบรนด์ควรรับฟังและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างสม่ำเสมอ
• คอนเทนต์ที่เข้าถึงง่ายได้ผลดีที่สุด การใช้คนจริง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ครีเอเตอร์ เจ้าของแบรนด์ หรือทีมงาน จะช่วยให้คอนเทนต์ดูจริงใจและเชื่อมโยงกับผู้ชมได้มากขึ้น
ชาเลนจ์ไวรัล คืออะไร
Viral challenge บน TikTok คือเทรนด์ที่เริ่มจากผู้ใช้งานคนหนึ่งท้าทายให้คนอื่นทำบางอย่าง แล้วเกิดการต่อยอดเป็นลูกโซ่ โดยผู้ใช้งานคนอื่นจะเข้าร่วมและทำในแบบของตัวเอง ซึ่งชาเลนจ์ลักษณะนี้มักมาพร้อมแฮชแท็กเฉพาะ เพื่อให้คอนเทนต์ถูกค้นหาและรวมอยู่ในกระแสเดียวกันได้ง่าย
ใครคืออันดับ 1 บน TikTok
ณ เดือนมีนาคม 2026 ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบน TikTok คือ Khaby Lame (@khaby.lame) โดยมียอดผู้ติดตามสะสมกว่า 160.4 ล้านคน
จะหาเทรนด์ TikTok ล่าสุดได้จากที่ไหน
คุณสามารถดูเทรนด์เสียง แฮชแท็ก และรูปแบบคอนเทนต์ที่กำลังมาแรงได้จาก TikTok Creative Center ซึ่งมีการอัปเดตทุกวันตามแต่ละภูมิภาค โดยภายในจะมีการจัดหมวดหมู่ เช่น ความงาม แฟชั่น อาหาร และอื่น ๆ ทำให้คุณติดตามเทรนด์ได้อย่างเป็นระบบ
TikTok Now คืออะไร
TikTok Now เป็นฟีเจอร์ที่เน้นการแชร์โมเมนต์แบบเรียลและทันที โดยผู้ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอสั้นภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ใช้งานต้องถ่ายด้วยกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกัน ภายในช่วงเวลาประมาณ 3 นาที เพื่อแชร์ทั้งตัวเองและบรรยากาศรอบตัว โดยฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อให้เห็นมุมเบื้องหลังชีวิตจริง และสร้างคอนเทนต์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
ข้อมูลนี้อ้างอิงจากแบบสำรวจผู้ใช้งาน Shopify จำนวน 500 รายในปี 2025 จากหลายประเทศ โดยเป็นผู้ขายที่ใช้งานแพลตฟอร์มมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี ผลลัพธ์สะท้อนกลุ่มตัวอย่างนี้ และอาจไม่ครอบคลุมผู้ใช้งานทั้งหมด


