เมื่อพูดถึงการบริหารธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ประสบความสำเร็จ การจัดส่งสินค้าอาจไม่ใช่สิ่งแรกที่นึกถึง แต่แม้จะเป็นกระบวนการเบื้องหลัง มันก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการจัดส่งสินค้าก็ยังเป็นหนึ่งในด้านที่ซับซ้อนที่สุดของการดำเนินธุรกิจด้วย หากยังไม่มั่นใจในความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการจัดส่งต่าง ๆ จึงจะถึงเวลาที่ต้องทบทวนความรู้
บทความนี้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อช่วยวางแผนกลยุทธ์การจัดส่ง โดยจะสำรวจรูปแบบการจัดส่งที่พบบ่อยที่สุด ความหมายต่อธุรกิจ และเวลาที่เหมาะสมในการใช้งานหรือเปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งไปยังอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้ ยังจะดูว่าคำจำกัดความแตกต่างกันอย่างไรในบริษัทขนส่งชั้นนำด้วย
1. การจัดส่งสินค้าแบบด่วน
การจัดส่งแบบเร่งด่วนเป็นคำที่ใช้เรียกโดยทั่วไปสำหรับการจัดส่งที่เร็วกว่าการจัดส่งมาตรฐาน ซึ่งบริษัทขนส่งแต่ละแห่งจะมีชื่อแบรนด์และคำจำกัดความเฉพาะสำหรับการจัดส่งแบบเร่งด่วน ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นคำนิยามที่ใช้กับบริษัทขนส่งหนึ่ง อาจไม่ถูกต้องเสมอไปกับอีกบริษัทหนึ่ง
ในการดำเนินธุรกิจ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทขนส่งเพื่อทำความเข้าใจระยะเวลาและอัตราค่าจัดส่งแบบเร่งด่วนอย่างแท้จริง โดยต่อไปนี้คือตัวอย่างบริการจัดส่งแบบเร่งด่วนและระยะเวลาการจัดส่งของบริษัทขนส่งยอดนิยม
Flash Express
ผู้ให้บริการขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จุดเด่นคือการเปิดให้บริการทุกวันตลอด 365 วัน รวมถึงบริการเข้ารับพัสดุฟรีถึงหน้าร้านหรือคลังสินค้า ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์จัดการออเดอร์ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
- กรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 1 วัน
- ต่างจังหวัด 1-2 วัน
- พื้นที่ห่างไกลหรือเกาะประมาณ 2-3 วัน
J&T Express
บริษัทที่มีเครือข่ายการจัดส่งครอบคลุมทั่วประเทศไทย พร้อมจุดเด่นด้านการให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด และรองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยม ทำให้เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มีออเดอร์ต่อเนื่องทุกวัน
- กรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 1 วัน
- ต่างจังหวัด 1-2 วัน
- พื้นที่ห่างไกลหรือเกาะประมาณ 2-4 วัน
KEX Express
KEX Express (หรือชื่อเดิม Kerry Express) เป็นบริษัทขนส่งที่มีภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม และมีจุดให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การสนับสนุนของ SF Express จึงยังคงโดดเด่นด้านความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือในการจัดส่ง
- กรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 1 วัน
- ต่างจังหวัด 1-2 วัน
- พื้นที่ห่างไกลหรือเกาะประมาณ 2-3 วัน
Thailand Post EMS
Thailand Post ผ่านบริการ EMS ถือเป็นผู้ให้บริการขนส่งของรัฐที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกล รวมถึงมีบริการเฉพาะทางสำหรับสินค้าเกษตรและพัสดุชุมชน
- กรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 1 วัน
- ต่างจังหวัด 1-2 วัน
- พื้นที่ห่างไกลหรือเกาะประมาณ 2 วัน
2. การจัดส่งผ่านไรเดอร์
การส่งด่วนทันทีผ่านไรเดอร์ คือบริการจัดส่งแบบจุดต่อจุดภายในเมือง โดยใช้ไรเดอร์มอเตอร์ไซค์ในการรับและส่งสินค้า เหมาะสำหรับออเดอร์ที่ต้องการความรวดเร็วสูง ซึ่งโดยทั่วไปลูกค้าจะได้รับสินค้าภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังยืนยันคำสั่งซื้อ
ผู้ให้บริการยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่ GrabExpress, Lalamove, LINE MAN และ Robinhood ซึ่งหลายแพลตฟอร์มรองรับทั้งการเรียกรถแบบทันทีและการเชื่อมต่อ API สำหรับร้านค้าออนไลน์
รูปแบบการจัดส่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจที่จำหน่ายอาหารสด สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูง เอกสารสำคัญ หรือสินค้าที่ลูกค้าต้องการใช้งานแบบเร่งด่วนทันที
3. จัดส่งแบบประหยัด
การจัดส่งแบบประหยัดผ่านไปรษณีย์ไทย เป็นตัวเลือกการขนส่งภายในประเทศที่เน้นต้นทุนต่ำมากกว่าความรวดเร็ว โดยทั่วไปจะใช้เวลาจัดส่งประมาณ 3-7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลายทาง แม้จะใช้เวลานานกว่าบริการด่วน แต่ยังสามารถติดตามพัสดุได้ จึงเหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการควบคุมต้นทุนด้านโลจิสติกส์
ผู้ให้บริการหลักในประเทศไทยคือ Thailand Post ผ่านบริการไปรษณีย์ลงทะเบียน และ eCo-Post ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มร้านค้าที่จัดส่งสินค้าราคาย่อมเยา หรือสินค้าที่ลูกค้าไม่ได้ต้องการใช้งานแบบเร่งด่วน
รูปแบบการจัดส่งนี้มักถูกใช้เป็นตัวเลือกจัดส่งฟรีสำหรับสินค้าอัตรากำไรต่ำ หรือออเดอร์ที่ลูกค้ายอมรอสินค้าได้ เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของร้านค้าออนไลน์ในระยะยาว
4. การจัดส่งแบบเรียบเก็บปลายทาง
การจัดส่งแบบเก็บเงินปลายทาง เป็นรูปแบบการจัดส่งที่ผู้ซื้อจะชำระเงินเมื่อได้รับสินค้า แม้ในทางเทคนิค COD จะเป็นวิธีการชำระเงิน แต่ในประเทศไทยมักถูกมองเป็นขั้นตอนการจัดส่งรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากบริษัทขนส่งจะทำหน้าที่รับเงินจากลูกค้าหน้าบ้านก่อนส่งต่อยอดขายให้ร้านค้า
โดยทั่วไป บริษัทขนส่งจะโอนเงินกลับให้ผู้ขายหลังหักค่าธรรมเนียมประมาณ 2-3% ของยอดคำสั่งซื้อ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าที่ไม่ต้องการชำระเงินล่วงหน้า และยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของตลาดอีคอมเมิร์ซไทย
5. การขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และสินค้าหนัก
การขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และสินค้าหนัก เป็นบริการขนส่งเฉพาะทางสำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หรือมีจำนวนมากเกินกว่าที่บริษัทขนส่งทั่วไปจะรองรับได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือออเดอร์ค้าส่งแบบหลายพาเลท
รูปแบบการขนส่งนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ หรือร้านค้าออนไลน์ที่ต้องจัดส่งสินค้าในปริมาณมาก โดยผู้ประกอบการควรพิจารณาทั้งเรื่องต้นทุน ระยะเวลาจัดส่ง และข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการขนส่งร่วมด้วย
6. การจัดส่งระหว่างประเทศ
การจัดส่งระหว่างประเทศเริ่มต้นจากประเทศที่แตกต่างจากปลายทาง โดยเมื่อก้าวเข้าสู่การจัดส่งระหว่างประเทศ จะต้องพิจารณาปัจจัยเพิ่มเติมหลายประการ ดังนี้
- การประกาศและแบบฟอร์มศุลกากร: สิ่งเหล่านี้จะบอกเจ้าหน้าที่ศุลกากรในประเทศปลายทางว่ามีอะไรอยู่ด้านใน รวมถึงต้นทุนหรือมูลค่า และสถานะว่าเป็นสินค้าหรือของขวัญ
- ภาษี อากร และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง: ควรคำนึงอยู่เสมอว่าลูกค้าจะต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมศุลกากรและค่าจัดส่งเพิ่มเติม จึงควรเพิ่มคำเตือนที่ชัดเจนบนเว็บไซต์เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต และติดตามนโยบายการค้าและอัตราภาษีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่ไม่คาดคิด โดย Shopify Markets เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปทั่วโลก
การกำหนดต้นทุนอาจซับซ้อนเพราะราคาการจัดส่งแตกต่างกันอย่างมากขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางและปลายทาง
การจัดส่งผ่าน Shopify จะทำให้การจัดการการจัดส่งระหว่างประเทศง่ายดายขึ้น เนื่องจากเมื่อจัดการคำสั่งซื้อโดยใช้ฉลากการจัดส่ง Shopify จะสร้างเอกสารที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นใบแจ้งหนี้เชิงพาณิชย์และรายการบรรจุภัณฑ์ส่งออกในการจัดส่งทุกครั้งที่ต้องการเมื่อออกจากประเทศ
เสนอตัวเลือกการจัดส่งที่หลากหลายให้ลูกค้าร้านออนไลน์ของคุณ ด้วย Shopify
โลกของการจัดส่งอาจซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณารายละเอียดที่แตกต่างกันในบริษัทขนส่งและบริการต่าง ๆ เมื่อกำหนดประเภทการจัดส่งที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจ จึงควรเปรียบเทียบเพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจตัวเลือกทั้งหมดได้อย่างครบถ้วนเนื่องจากแนวทางนี้จะช่วยค้นหาการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบ
การจัดส่งผ่าน Shopify ช่วยให้จัดการกลยุทธ์การจัดส่งทั้งหมดได้ภายใต้ระบบการจัดการเดียว โดยสามารถซื้อฉลากส่วนลดและสร้างกฎการจัดส่งที่ให้ลูกค้าเลือกประเภทการจัดส่งที่เหมาะสมได้ หรือหากต้องการเอาท์ซอร์สกระบวนการจัดส่งและจัดการคำสั่งซื้อทั้งหมด ก็ลองพิจารณา Shopify Fulfillment Network ที่เชื่อมต่อร้านค้ากับ Flexport พาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ชั้นนำที่จะจัดการกระบวนการจัดส่งทั้งหมดให้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทวิธีการจัดส่ง
ประเภทการจัดส่งแบบไหนดีที่สุด?
วิธีการจัดส่งที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับขนาดพัสดุ สถานที่จัดส่ง และความต้องการของลูกค้า การจัดส่งแบบเร่งด่วนเหมาะกับลูกค้าที่ยินดีจะจ่ายเพิ่มเพื่อการจัดส่งที่รวดเร็ว ในขณะที่แบบประหยัดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการจัดส่งฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
วิธีการจัดส่งที่ถูกที่สุดคืออะไร?
บริการไปรษณีย์แบบลงทะเบียนหรือ eCo-Post ของ Thailand Post ซึ่งเหมาะสำหรับสินค้าขนาดเล็ก น้ำหนักไม่มาก และออเดอร์ที่ไม่ได้เร่งด่วน โดยทั่วไปจะใช้เวลาจัดส่งประมาณ 3-7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลายทาง
ประเภทการจัดส่งมาตรฐานคืออะไร?
การจัดส่งแบบประหยัดเป็นประเภทการจัดส่งมาตรฐาน เป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุด และพัสดุสามารถจัดส่งได้ภายในเวลาประมาณ 1-3 วันทำการและมีให้บริการผ่านพาร์ทเนอร์การจัดส่งส่วนใหญ่

