สำหรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซแล้ว การเปิดให้ลูกค้าเลือกชำระเงินได้หลากหลายวิธีถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นมาตรการที่จะช่วยลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อสินค้าไปได้อีกขั้นหนึ่ง
โดยวิธีการชำระเงินที่ได้รับความนิยมอย่างหนึ่งคือ ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later หรือ BNPL) ซึ่งเป็นรูปแบบสินเชื่อที่ให้ลูกค้าซื้อและรับสินค้าหรือบริการได้ทันที แล้วจึงทำการผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ซึ่งระบบ BNPL ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการสำรวจหนึ่งรายงานว่า 56% ของผู้ขายอีคอมเมิร์ซในสหรัฐฯ เปิดให้บริการ BNPL ออนไลน์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024
ซึ่งหากต้องการเพิ่มระบบ BNPL ให้กับร้านค้าออนไลน์ ก็สามารถเลือกจากผู้ให้บริการ BNPL หลายรายได้ โดย Affirm เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการให้สินเชื่อ ณ จุดขาย และรองรับทั้งการซื้อออนไลน์และในร้าน
ต่อจากนี้จึงจะเป็นรายละเอียดว่า Affirm ทำงานอย่างไรสำหรับทั้งลูกค้าและผู้ประกอบการ
Affirm คืออะไร
Affirm เป็นบริษัทที่มีมาตรการซื้อก่อน จ่ายทีหลัง ที่ให้บริการสินเชื่อจากบุคคลที่สาม และสามารถช่วยให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระค่าสินค้าหรือบริการเป็นงวด ๆ ได้ โดยเช่นเดียวกับบริการ BNPL อื่น ๆ Affirm จะชำระเงินเต็มจำนวนให้กับผู้ขายล่วงหน้า และให้สินเชื่อ ณ จุดขายแก่ลูกค้าเพื่อชำระคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด
Affirm ในมุมของผู้บริโภค
- การสมัครใช้งาน
- การตรวจสอบเครดิต
- การอนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ
- ตัวเลือกการชำระคืนสินเชื่อ
- อัตราดอกเบี้ย
Affirm เสนอแผนการชำระเงินแบบ BNPL ให้กับลูกค้าผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการทั้งออนไลน์ ในร้าน บนแอป Affirm หรือด้วยบัตรเสมือน Affirm
การสมัครใช้งาน
บริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Affirm จะเสนอให้ Affirm เป็นวิธีการชำระเงินบนเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ โดยเมื่อเลือก Affirm ในการชำระเงินผู้ใช้ก็จะต้องกรอกชื่อ-นามสกุลเต็ม หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล วันเกิด และเลข 4 หลักสุดท้ายของหมายเลขประกันสังคม
โดยในการใช้ Affirm ผู้ใช้จะต้องเป็นผู้พำนักในสหรัฐฯ หรือแคนาดา มีอายุอย่างน้อย 18 ปี มีหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนในชื่อตัวเอง และมีหมายเลขประกันสังคม
การตรวจสอบเครดิต
Affirm จะตรวจสอบเครดิตคร่าว ๆ เพื่อยืนยันตัวตนและพิจารณาคุณสมบัติ โดยการพิจารณาจะพิจารณาจากประวัติเครดิตโดยรวม ประวัติการชำระเงิน รายได้ ภาระหนี้สิน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและจำนวนเงินกู้ Affirm ที่ผู้ใช้ร้องขอ
การอนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ
Affirm สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีโดยจะขึ้นอยู่กับใบสมัครสินเชื่อที่นำส่ง ซึ่งหากใบสมัครของลูกค้าถูกปฏิเสธ Affirm จะส่งอีเมลอธิบายเหตุผล และหากได้รับการอนุมัติ ลูกค้าก็จะได้รับเงื่อนไขสินเชื่อเพื่อตรวจสอบ ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ตารางการชำระเงิน และจำนวนเงินที่ต้องชำระในงวดแรกด้วย
ตัวเลือกการชำระคืนสินเชื่อ
Affirm เสนอโครงสร้างสินเชื่อ ณ จุดขาย 2 รูปแบบ
- ผ่อน 4 งวด ชำระเป็น 4 งวด ทุก ๆ 2 สัปดาห์
- ผ่อนรายเดือน สำหรับสินเชื่อที่มีจำนวนมากขึ้น สามารถผ่อนชำระรายเดือนได้ 3, 6 หรือ 12 เดือน โดยอาจมีความยืดหยุ่นพอจะขยายได้สูงสุด 48 เดือน
Affirm ไม่รองรับการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ และวงเงินสูงสุดสำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมคือ 30,000 ดอลลาร์
อัตราดอกเบี้ย
แม้ว่าตัวเลือกผ่อน 4 งวดของ Affirm จะไม่มีดอกเบี้ย แต่ดอกเบี้ยสำหรับการผ่อนรายเดือนอาจอยู่ระหว่าง 0% ถึง 36% APR โดยอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนสำหรับแต่ละงวดขึ้นอยู่กับจำนวนเงินในการทำธุรกรรมและประวัติเครดิตของลูกค้า
ทั้งการผ่อนชำระในระยะทุก ๆ 2 สัปดาห์และรายเดือนอาจต้องมีเงินดาวน์ โดยเฉพาะสำหรับการซื้อสินค้าราคาแพง เช่นในระดับสูงสุดที่มูลค่า 30,000 ดอลลาร์ ลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะต้องวางเงินดาวน์ 10,000 ดอลลาร์ เป็นต้น
โดยในการทำธุรกรรมดังนี้ Affirm จะทำการนำส่งข้อตกลงที่โปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือค่าปรับชำระช้า นอกจากนี้ยังคิดดอกเบี้ยเฉพาะจากจำนวนเงินซื้อเท่านั้น ไม่ใช่ดอกเบี้ยทบต้นซึ่งเป็นดอกเบี้ยของดอกเบี้ยอีกทีหนึ่ง
Affirm ในมุมของผู้ประกอบการ
หากต้องการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Affirm สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์
คุณสมบัติ
ธุรกิจที่ใช้บริการ Affirm จะต้องขายตรงให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดา ใช้บัญชีธนาคารในสหรัฐฯ หรือแคนาดา และมีเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษพร้อมสินค้าที่ตั้งราคาเป็น USD หรือ CAD
โดย Affirm จะทำงานร่วมกับผู้ขายที่มีมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยมากกว่า 50 ดอลลาร์ และอยู่นอกเหนือนโยบายธุรกิจต้องห้ามของ Affirm ซึ่งรวมถึงธุรกิจที่ขายอาวุธ สินค้าที่มีเนื้อหาทางเพศ และสินค้าที่อ้างสรรพคุณทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
การอนุมัติหรือปฏิเสธใบสมัคร
โดยทั่วไป Affirm จะอนุมัติหรือปฏิเสธใบสมัครภายใน 3 ถึง 5 วันทำการ โดยหากได้รับการอนุมัติก็จะสามารถตั้งค่าบัญชี Affirm และเลือกโปรแกรมการให้สินเชื่อที่ต้องการเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระทุก 2 สัปดาห์ 4 งวด หรือผ่อนรายเดือนตั้งแต่ 1 ถึง 48 เดือน
Affirm มีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและง่ายดายกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำอย่าง Shopify นอกจากนี้ยังมีพอร์ทัลสำหรับผู้ขายที่ให้ผู้ประกอบการพิจารณาและจัดการค่าใช้จ่ายของบริษัทได้จากแดชบอร์ดที่เข้าใจง่ายอีกด้วย
เงื่อนไขการชำระเงินและค่าธรรมเนียม
เมื่อลูกค้าเลือก Affirm เป็นวิธีการชำระเงินในร้านค้าออนไลน์ Affirm จะส่งจำนวนเงินค่าสินค้าหรือบริการที่สั่งซื้อไปยังบัญชีธนาคารธุรกิจผ่านการชำระเงิน ACH ภายใน 1 ถึง 3 วันทำการ จากนั้นลูกค้าจึงจะชำระเงินให้ Affirm เป็นงวด ๆ ตามที่ตกลงกันไว้จนกว่าจะครบราคาซื้อทั้งหมด
ทั้งนี้ Affirm จะทำการเรียกเก็บอัตราส่วนลดผู้ขาย (Merchant Discount Rate หรือ MDR) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ขายเป็นเปอร์เซ็นต์พื้นฐานของธุรกรรม และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมสำหรับทุกการสั่งซื้อด้วยแม้ว่าค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมผู้ขายที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดบริษัท โปรไฟล์ความเสี่ยง และข้อตกลงกับ Affirm
Affirm ส่งผลต่อคะแนนเครดิตหรือไม่
เมื่อสร้างบัญชีกับ Affirm ทางบริษัทจะทำการตรวจสอบแบบ soft inquiry หรือที่เรียกว่า soft pull ในด้านเครดิตของคุณ โดยการตรวจสอบนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิตเอง ส่วนตัวเลือกการผ่อน 4 งวดส่วนใหญ่ที่ Affirm เสนอมี APR 0%
อย่างไรก็ดี Affirm จะรายงานสินเชื่อผ่อนชำระและการชำระเงินล่าช้าไปยังสำนักงานเครดิต ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิตด้วย ซึ่งโดยทั่วไป Affirm จะรายงานสินเชื่อผ่อนรายเดือนงวดแรกไปยังสำนักงานเครดิต Experian แต่เมื่อชำระสินเชื่อเรียบร้อยแล้ว Affirm จะไม่รายงานสินเชื่อระยะสั้นที่ตามมา เว้นแต่จะค้างชำระเกิน 30 วันขึ้นไปเท่านั้น
ระบบการคืนสินค้ากับ Affirm มีลักษณะอย่างไร
ในการคืนสินค้า ลูกค้าต้องติดต่อผู้ขายโดยตรงเพื่อดำเนินการคืนสินค้าหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ เมื่อผู้ขายยอมรับการคืนสินค้าหรือทำการยกเลิก ซึ่งเมื่อทำการยอมรับแล้ว จำนวนเงินที่คืนจะได้รับการดำเนินการภายใน 3 ถึง 10 วันทำการ และเงินคืนที่ดำเนินการแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับได้อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม วิธีเขียนนโยบายการคืนสินค้า (พร้อมเทมเพลตฟรี)
หากลูกค้าที่ทำการคืนสินค้าได้ชำระเงินไปแล้ว Affirm จะไม่คืนดอกเบี้ยที่ลูกค้าชำระไป และในทำนองเดียวกัน Affirm จะไม่คืนอัตราส่วนลดของผู้ขายหรือค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมให้กับผู้ขายในการคืนสินค้าด้วย
หากผู้ขายอนุมัติการคืนเงินเป็นบางส่วน ลูกค้าจะเห็นยอดสินเชื่อลดลงตามจำนวนบางส่วนที่ได้ชำระไป และหากผู้ขายออกเครดิตร้านค้าแทนการคืนเงิน ลูกค้าก็จะยังคงต้องรับผิดชอบในการชำระเงินเต็มจำนวนของการซื้อเดิมให้กับ Affirm
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Affirm
ทางเลือกอื่นนอกจาก Affirm มีอะไรบ้าง
ทางเลือกอื่นนอกจาก Affirm ได้แก่ K PAY LATER, Grab PayLater, SPayLater, TrueMoney Pay Next และ Lazada PayLater ซึ่งรองรับร้านค้าและผู้ใช้งานในไทยเป็นหลัก ต่างจาก Affirm ที่รองรับการชำระเงินจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และพื้นที่อื่นๆ ที่ Affirm รองรับ
Affirm ปลอดภัยหรือไม่
Affirm เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ชั้นนำ โดยเสนอตัวเลือกผ่อน 4 งวดแบบไม่มีดอกเบี้ยทุก 2 สัปดาห์ให้กับลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยผู้ใช้บริการสามารถศึกษารายละเอียดในข้อตกลงกับ Affirm เพื่อให้แน่ใจว่าพอใจกับเงื่อนไขการชำระเงิน ตารางเวลา และอัตราดอกเบี้ยได้ (ถ้ามี)
Affirm ส่งผลต่อเครดิตหรือไม่
Affirm สามารถส่งผลต่อคะแนนเครดิตได้ แต่เฉพาะในกรณีที่พลาดการชำระเงินหรือกู้เงินจำนวนมากแบบผ่อนรายเดือนเท่านั้น

