เมื่อค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกสูงขึ้นต่อเนื่อง หลายครอบครัวจึงมองหารายได้เสริมที่เหมาะกับพ่อแม่ที่อยู่บ้าน โดยเฉพาะเมื่อสำหรับหลายๆ ครัวเรือนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเมื่อผู้ปกครองออกไปทำงานนอกบ้าน เช่น ค่าเนิร์สเซอรี่ ค่าดูแลก่อนหรือหลังเลิกเรียน ค่าเดินทาง รวมถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ จึงอาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับ หลายคนจึงเห็นพ้องว่าการอยู่บ้านดูแลลูกจะเหมาะสมกับสถานการณ์ภายในครอบครัวมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ชำระหนี้ หรือเก็บเงินเพื่อสำรองและท่องเที่ยว หลายครอบครัวก็ยังต้องการงานที่ยืดหยุ่นและมีโอกาสสร้างรายได้จริง โชคดีที่ในปัจจุบันมีงานหลากหลายที่เปิดโอกาสให้พ่อแม่ที่อยู่บ้านหารายได้เสริมได้ โดยผลสำรวจในสหรัฐฯ ชิ้นหนึ่งพบว่าคนทำอาชีพเสริมจะมีรายได้เฉลี่ยราว $1,215 ต่อเดือน (ราว 36,450 บาท) พร้อมค่ากลางที่ราว $400 (ราว 12,000 บาท)
ดังนั้นไม่ว่าจะหยิบเอาทักษะจากงานเดิมมาปรับใช้ในตารางเวลาที่ยืดหยุ่นขึ้น หรือจะเลือกวิธีหารายได้เสริมที่ง่ายดายกว่าและเข้ากับช่วงเวลาไปรับลูกหรือเวลานอนกลางวัน ต่อไปนี้คือ 31 ไอเดียอาชีพเสริมสำหรับพ่อแม่ฟูลไทม์ที่จะสามารถทำควบคู่กับการเลี้ยงลูกได้
พร้อมเริ่มธุรกิจหรืออยากลองเส้นทางอาชีพใหม่แล้วหรือยังสร้างเว็บไซต์เลยวันนี้ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือของ Shopify สำหรับการหารายได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
อาชีพเสริมแม่บ้านที่เหมาะกับผู้ปกครองเต็มเวลา
นี่คือ 31 งานเสริมแบบยืดหยุ่น รวมถึงงานทำที่บ้านที่เหมาะกับพ่อแม่มากที่สุด
|
งานเสริม |
ความยืดหยุ่น |
ช่วงรายได้ |
ต้นทุนเริ่มต้น |
ทักษะ |
|---|---|---|---|---|
|
ดูแลเด็ก |
ปานกลาง |
500-1,000 บาท / วัน |
100-200 บาท/วัน |
ความปลอดภัยเด็ก การดูแลเด็ก |
|
รับฝากสัตว์เลี้ยง/พาสุนัขเดินเล่น |
สูง |
7250-600 บาท / วัน |
0-1,500 บาท |
การดูแลสัตว์เลี้ยงพื้นฐาน |
|
โค้ชฟิตเนส |
ปานกลาง |
1,200-3,000 บาท |
$100-$500 (ราว 3,000-15,000 บาท) |
ความรู้ด้านฟิตเนส การโค้ช |
|
ติวออนไลน์ |
สูง |
540-900 บาท |
$0-$50 (ราว 0-1,500 บาท) |
ความเชี่ยวชาญเฉพาะวิชา |
|
ถ่ายภาพ |
ปานกลาง |
3,000-9,000 บาท |
6,000-30,000 บาท |
ทักษะถ่ายภาพและแต่งภาพ |
|
ผู้ประสานงานกลุ่มโฮมสคูล |
ปานกลาง |
ราว 990,000-9,840,000 บาท |
3,000-9,000 บาท |
การจัดการ การประสานงานการเรียน |
|
กราฟิกดีไซน์ฟรีแลนซ์ |
สูง |
390-1,170 บาท |
0-6,000 บาท |
เครื่องมือดีไซน์ พื้นฐานแบรนด์ดิ้ง |
|
ตัดต่อวิดีโอฟรีแลนซ์ |
ปานกลาง |
600-3,600 บาท |
ราว 0-4,500 บาท |
ซอฟต์แวร์ตัดต่อ การเล่าเรื่อง |
|
ตัดต่อพอดแคสต์ |
สูง |
ราว 900-9,000 บาทต่อตอน |
0-4,500 บาท |
การตัดต่อเสียง |
|
พัฒนาเว็บไซต์ฟรีแลนซ์ |
ปานกลาง |
1,350 บาท/ชั่วโมง |
0-6,000 บาท |
Coding/CMS |
|
ไฟล์พิมพ์และดีไซน์ดิจิทัล |
สูง |
3,000-300,000 บาท |
0-1,500 บาท |
ดีไซน์และการตลาดพื้นฐาน |
|
สร้างคอนเทนต์ |
ปานกลาง |
900-9,000 บาท |
0-6,000 บาท |
โซเชียลมีเดีย การเล่าเรื่อง |
|
งานพากย์เสียง |
ปานกลาง |
1,050-25,500 บาท |
1,500-9,000 บาท |
การใช้เสียงและการแสดงเสียง |
|
เขียนฟรีแลนซ์ |
สูง |
660-1,500 บาท |
0-1,500 บาท |
การเขียน การค้นคว้า |
|
เขียนขอทุน |
ปานกลาง |
600-7,500 บาท |
0-3,000 บาท |
การค้นคว้า การเขียนข้อเสนอ |
|
พิสูจน์อักษรและแก้ไขต้นฉบับ |
สูง |
600-1,350 บาท |
0-1,500 บาท |
ไวยากรณ์ ความละเอียดรอบคอบ |
|
ทำพอดแคสต์ |
ปานกลาง |
0-2,4 ล้านบาท |
1,500-9,000 บาท |
เสียง การเล่าเรื่อง |
|
ดูแลโซเชียลมีเดีย |
ปานกลาง |
750-1,200 บาทต่อชั่วโมง |
0-1,500 บาท |
โซเชียลมีเดีย การวางแผน |
|
ดูแลกลุ่ม Facebook |
สูง |
750-1,200 บาท |
0-900 บาท |
ดูแลคอมมูนิตี้ การสร้างส่วนร่วม |
|
บริการผู้เชี่ยวชาญ SEO |
ปานกลาง |
450-750 บาท |
0-3,000 บาท |
เครื่องมือ SEO การวิเคราะห์ข้อมูล |
|
ทำบัญชีออนไลน์ |
ปานกลาง |
1,800-2,400 บาท |
0-3,000 บาท |
บัญชี |
|
Virtual assistant |
สูง |
570-1,050 บาท |
0-1,500 บาท |
การจัดการ งานแอดมิน |
|
บริการลูกค้าออนไลน์ |
ปานกลาง |
540-660 บาท |
0-1,500 บาท |
การสื่อสาร การพิมพ์ |
|
คีย์ข้อมูล |
สูง |
450-750 บาท |
0-900 บาท |
ความเร็วในการพิมพ์ ความแม่นยำ |
|
ที่ปรึกษา |
ปานกลาง |
900-4,500 บาท |
0-3,000 บาท |
ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน |
|
คอร์สออนไลน์ |
ปานกลาง |
15,000-300,0000 บาท |
1,500-6,000 บาท |
การสอน การสร้างคอนเทนต์ |
|
ดรอปชิปปิ้ง |
ปานกลาง |
5,000-150,000 บาท |
1,500-6,000 บาท |
การหาแหล่งสินค้า การตลาดพื้นฐาน |
|
Affiliate marketing |
สูง |
0-30,000 บาท |
0-1,500 บาท |
การสร้างคอนเทนต์หรือฐานผู้ติดตาม |
|
ซื้อของมาขายต่อ |
สูง |
150,000 บาท |
600-3,000 บาท |
การหาดีล ความรู้เรื่องมาร์เก็ตเพลส |
|
ตรวจและประเมินข้อสอบ |
ปานกลาง |
1 ล้านบาท |
0-1,500 บาท |
การประเมิน ทักษะภาษา |
|
ร่วมงานวิจัยตลาด |
สูง |
3,000-7,500 บาท |
0 บาท |
การให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา |
อาชีพเสริมสำหรับพ่อแม่ฟูลไทม์สายดูแลและบริการ
1. ดูแลเด็ก
งานดูแลเด็กเป็นธุรกิจเสริมที่เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่อยู่บ้านมาก เพราะสามารถดูแลลูกบ้านอื่นไปพร้อมกับอยู่ใกล้ลูกตัวเองได้ ทั้งยังใช้ประสบการณ์จากการเป็นพ่อแม่มาช่วยครอบครัวอื่นได้ด้วย
ข้อดี:
- ลูกจะมีเพื่อนเล่นและได้เข้าสังคมไปในตัว
- สามารถทำงานจากที่บ้านได้ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย
- ใช้ทักษะที่มีอยู่แล้วจากการเลี้ยงลูกได้
ข้อเสีย:
- การดูแลเด็กหลายคนพร้อมกันต้องใช้พลังงานและสมาธิมากขึ้น
- บ้านจะกลายเป็นพื้นที่ทำงานไปด้วย
- บางพื้นที่อาจต้องมีใบอนุญาต หากรับดูแลเด็กที่บ้านแบบไม่เป็นทางการ
โอกาสสร้างรายได้ งานดูแลเด็กในไทยมักมีรายได้เฉลี่ยราว 500-1,000 บาทต่อวัน โดยรายได้จริงอาจแตกต่างกันตามประสบการณ์ ช่วงเวลาในการดูแล จำนวนเด็ก และพื้นที่ที่ให้บริการ เช่น ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ อัตราค่าจ้างมักสูงกว่าพื้นที่ทั่วไปเล็กน้อย
วิธีเริ่ม ลองคุยกับพ่อแม่ผู้ปกครองในละแวกบ้านก่อนว่ามีใครต้องการคนดูแลเด็กช่วงกลางวันหรือไม่ จากนั้นจึงจะร่าง แผนธุรกิจเนิร์สเซอรี่เพื่อจัดระเบียบบริการที่พร้อมดำเนินการ รวมถึงกติกาและเงื่อนไขต่างๆ
โดยในช่วงเริ่มต้นอาจมีค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการเตรียมบ้านให้พร้อม เช่น เพื่อติดตั้งฝาปิดปลั๊กไฟ ประตูกั้นบันได ของเล่นหรือหนังสือเพิ่มอีกเล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ราว $50 ถึง $200 (ราว 1,500-6,000 บาท) นอกจากนี้คอร์ส CPR/ปฐมพยาบาลก็อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ $60 ถึง $120 (ราว 1,800-3,600 บาท) และหากพื้นที่ที่อาศัยอยู่กำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน ก็ยังจะมีค่าธรรมเนียมการสมัคร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสถานที่ที่ราว $50 ถึง $300 (ราว 1,500-90,000 บาท) ด้วย ทั้งยังอาจต้องอัปเดตวัคซีนและตรวจประวัติเช่นกัน
2. รับฝากสัตว์เลี้ยง
อาชีพเสริมแม่บ้านที่ให้คุณหาเงินได้จากการดูแลสิ่งมีชีวิตโดยไม่ต้องดูแลเด็กเพิ่ม อาจลองรับพาสุนัขเดินเล่นหรือรับฝากสัตว์เลี้ยง ซึ่งถือเป็นอาชีพที่ยืดหยุ่นได้มาก เนื่องจากจะรับเพียงพาเดินเล่น 20 ถึง 30 นาทีระหว่างวัน หรือรับฝากค้างคืนหลายวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริการที่ต้องการจัดสรรและจำนวนลูกค้าที่รับไหว
ข้อดี:
- จัดเวลางานให้เข้ากับตารางเวลาของครอบครัวได้
- ได้ออกไปข้างนอกพร้อมลูกระหว่างพาสุนัขเดินเล่น
- เลือกบริการที่ต้องการจัดสรรได้ตามความถนัด
ข้อเสีย:
- สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจต้องการการดูแลเฉพาะหรือมีข้อจำกัดเรื่องอาหาร
- อาจต้องเดินทางไปบ้านลูกค้า
- สัตว์เลี้ยงพลังงานสูงอาจต้องใช้เวลาและความใส่ใจมากกว่า
โอกาสสร้างรายได้ ผู้รับฝากสัตว์เลี้ยงมักมีรายได้ราว 250-600 บาทต่อวัน หรืออาจสูงกว่านี้หากเป็นการดูแลค้างคืน รับดูแลสัตว์หลายตัวพร้อมกัน หรือมีบริการเพิ่มเติม เช่น ป้อนยา อาบน้ำ หรือพาออกกำลังกาย โดยอัตราค่าบริการมักแตกต่างกันตามพื้นที่และประเภทสัตว์เลี้ยงที่ดูแล
3. โค้ชฟิตเนส
อาชีพเสริมสำหรับพ่อแม่ฟูลไทม์ที่ชอบเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย งานโค้ชฟิตเนสอาจเป็นธุรกิจเสริมที่ใช่
ข้อดี:
- กำหนดเวลาเทรนได้ยืดหยุ่น ทั้งแบบเจอตัวและแบบออนไลน์
- ได้ออกกำลังกายไปพร้อมกับหารายได้
- สร้างคอนเนกชันในชุมชนได้
ข้อเสีย:
- อาจต้องเดินทางไปที่ฟิตเนสหรือสถานที่เทรน
- ค่าดูแลเด็กในเวลางานอาจกระทบกับรายได้สุทธิ
- จำเป็นจะต้องมีใบรับรองเบื้องต้น
โอกาสสร้างรายได้ โค้ชฟิตเนสมักมีรายได้ประมาณ 800-2,500 บาทต่อชั่วโมง โดยอัตราค่าบริการอาจแตกต่างกันตามประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รูปแบบการเทรน และสถานที่ให้บริการ เช่น ฟิตเนสส่วนตัว คลาสกลุ่ม หรือการสอนออนไลน์
วิธีเริ่ม สอบใบรับรองในสายฟิตเนสที่สนใจ จากนั้นจึงติดต่อฟิตเนสใกล้บ้านเพื่อหาโอกาสทำงานด้าน การเทรนส่วนตัว
4. ติวออนไลน์
ถ่ายทอดความรู้ที่ถนัด ไม่ว่าจะเป็นภาษาต่างประเทศ งานถัก หรือการเขียนเรซูเม่ด้วยการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยธุรกิจรับติว
ข้อดี:
- สอนนักเรียนได้จากทั่วโลกโดยไม่ต้องออกจากบ้าน
- กำหนดตารางเองได้
- เลือกสอนเรื่องที่ชอบจริง ๆ ได้
ข้อเสีย:
- การทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมผ่านโลกออนไลน์ต้องใช้ความพยายามมากกว่าการติวสอนทั่วไป
- ต้องแข่งขันกับแพลตฟอร์มติวที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว
- การหานักเรียนอย่างสม่ำเสมออาจไม่ใช่เรื่องง่าย
โอกาสสร้างรายได้ ติวเตอร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์มักมีรายได้ $18 ถึง $30 ต่อชั่วโมง (ราว 540-900 บาท) ซึ่งหากรับงานเองก็สามารถตั้งราคาได้ตามต้องการ
วิธีเริ่ม เข้าหานักเรียนแบบสดผ่านเครือข่ายอย่าง Wyzant และ Preply
5. ถ่ายภาพ
เปลี่ยนความสามารถในการเก็บโมเมนต์ครอบครัวดี ๆ ให้กลายเป็นธุรกิจรับถ่ายภาพ เนื่องจากผู้ปกครองหลายคนที่ถ่ายรูปลูกตัวเองจนคล่อง มักต่อยอดได้ดีกับงานถ่ายภาพเด็ก ครอบครัว และภาพไลฟ์สไตล์
ข้อดี:
- นัดถ่ายงานให้ตารางเข้ากับความรับผิดชอบภายในครอบครัวได้
- จะทำงานจากที่บ้านหรือออกไปถ่ายงานนอกสถานที่ก็ได้
- สร้างพอร์ตโฟลิโองานสายครีเอทีฟได้
ข้อเสีย:
- การแต่งภาพใช้เวลาค่อนข้างมาก
- ค่าอุปกรณ์ช่วงแรกอาจสูง
- ต้องบริหารความคาดหวังของลูกค้าและเดดไลน์ให้ดี
โอกาสสร้างรายได้ ช่างภาพสามารถมีรายได้ประมาณ 3,500-12,000 บาทต่อหนึ่งงาน โดยรายได้จริงขึ้นอยู่กับประเภทงาน ประสบการณ์ อุปกรณ์ที่ใช้ และการแต่งภาพเพิ่มเติม เช่น งานอีเวนต์ พอร์ตเทรต สินค้า หรือคอนเทนต์สำหรับแบรนด์ต่าง ๆ
วิธีเริ่ม เริ่มอาชีพเสริมแม่บ้านนี้ได้จากเสนอบริการให้ครอบครัวที่คุณมีคอนเนกชัน แล้วจึงค่อยขยายพอร์ตโฟลิโอและธุรกิจถ่ายภาพผ่านโซเชียลมีเดียและการบอกต่อ
6. ผู้ประสานงานกลุ่มโฮมสคูล
ผู้ประสานงานกลุ่มโฮมสคูลมีหน้าที่จัดการและดูแลกลุ่มการเรียนขนาดเล็กสำหรับเด็กที่ครอบครัวเลือกให้เรียนแบบโฮมสคูลหรือแบบผสม โดยอาจช่วยวางแผนบทเรียน จัดตารางเรียน รวมถึงค้นหาและคัดเลือกติวเตอร์ หรือดูแลกิจกรรมประจำวันด้วย ซึ่งมักจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่แต่ละครอบครัวต้องการ
ข้อดี:
- ความต้องการมักจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนครอบครัวที่เลือกโฮมสคูลหรือไมโครสคูล
- สามารถปรับหลักสูตรและตารางเรียนให้เข้ากับชีวิตในบ้านได้
- อาชีพดังกล่าวจะช่วยสร้างคอมมูนิตี้และเครือข่ายสังคมที่แข็งแรงให้ลูก
ข้อเสีย:
- ต้องวางแผน จัดการ และสื่อสารกับหลายครอบครัวไปพร้อม ๆ กัน
- อาจต้องติดตามเป้าหมายการเรียนหรือข้อกำหนดตามระบบโฮมสคูลในพื้นที่
- เส้นแบ่งระหว่างชีวิตในบ้านกับพื้นที่ของ “โรงเรียน” อาจไม่ชัด
โอกาสสร้างรายได้ ผู้ประสานงานกลุ่มโฮมสคูลมักมีรายได้ประมาณ 25,000-60,000 บาทต่อเดือน โดยรายได้อาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนครอบครัวที่ดูแล รูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และความรับผิดชอบด้านการจัดการหรือประสานงานเพิ่มเติม
วิธีเริ่ม ผู้ประสานงานกลุ่มโฮมสคูลมักมีรายได้ประมาณ 25,000-60,000 บาทต่อเดือน โดยรายได้อาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนครอบครัวที่ดูแล รูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และความรับผิดชอบด้านการจัดการหรือประสานงานเพิ่มเติม
อาชีพเสริมแม่บ้านสายครีเอทีฟและดีไซน์
- กราฟิกดีไซน์ฟรีแลนซ์
- ตัดต่อวิดีโอฟรีแลนซ์
- บริการตัดต่อพอดแคสต์
- พัฒนาเว็บไซต์ฟรีแลนซ์
- ไฟล์สำหรับพิมพ์หรือดีไซน์ดิจิทัล
- สร้างคอนเทนต์
- งานพากย์เสียง
7. กราฟิกดีไซน์ฟรีแลนซ์
ใช้ทักษะกราฟิกดีไซน์เพื่อออกแบบโลโก้ กราฟิกสำหรับใช้งานบนโซเชียลมีเดีย และสื่อการตลาดให้กับลูกค้า
ข้อดี:
- ทำงานจากที่บ้านตามเวลาที่สะดวกได้
- ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์กับงาน
- เลือกรับงานตามโปรเจกต์ที่สนใจได้
ข้อเสีย:
- การสร้างฐานลูกค้าให้มีงานสม่ำเสมออาจกินเวลานาน
- จำเป็นจะต้องบริหารเดดไลน์ของหลาย ๆ โปรเจกต์ไปพร้อม ๆ กัน
- ต้องตามเทรนด์ดีไซน์ให้ทัน
โอกาสสร้างรายได้ กราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์มักมีรายได้ประมาณ 500-3,500 บาทต่อชิ้นงาน โดยอัตราค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับประเภทงาน ความซับซ้อน ประสบการณ์ และขอบเขตการใช้งานของผลงาน เช่น งานโซเชียลมีเดีย โลโก้ หรือสื่อโฆษณาแบรนด์
วิธีเริ่ม สร้างพอร์ตโฟลิโอผลงานที่รวมโลโก้ กราฟิกโซเชียลมีเดีย และสื่อการตลาดไว้ จากนั้นจึงจะหาลูกค้าผ่านเครือข่ายฟรีแลนซ์อย่าง Upwork หรือ Dribbble
8. ตัดต่อวิดีโอฟรีแลนซ์
เมื่อ 88% ของธุรกิจให้ความสำคัญกับการใช้งานวิดีโอมาร์เก็ตติ้ง แต่ไม่มีเวลาผลิตคอนเทนต์เอง ผู้ประกอบการที่มีทักษะตัดต่อวิดีโอจึงเป็นที่ต้องการมาก
ข้อดี:
- ทำงานจากบ้านภายใต้กรอบเวลาที่ยืดหยุ่นได้
- เลือกงานได้หลากหลาย ทั้งวิดีโอ YouTube, vlog, โฆษณาโซเชียลมีเดีย รวมถึงโฆษณาทีวี
- ตั้งราคาค่าบริการเองได้
ข้อเสีย:
- ต้องรักษาสมดุลระหว่างงานตัดต่อและหน้าที่การดูแลลูกให้ดี
- ต้องจัดการเดดไลน์หลาย ๆ โปรเจกต์ไปพร้อม ๆ กัน
- ต้องตามอัปเดตซอฟต์แวร์สำหรับใช้ตัดต่องานอยู่เสมอ
โอกาสสร้างรายได้ งานตัดต่อวิดีโอฟรีแลนซ์มักมีรายได้ประมาณ 1,500-8,000 บาทต่อคลิป โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยาววิดีโอ ความซับซ้อนของงาน ประสบการณ์ของผู้ตัดต่อ และรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น Motion Graphic ซับไตเติล หรือเอฟเฟกต์พิเศษ
วิธีเริ่ม แชร์พอร์ตโฟลิโองานให้กับธุรกิจ สำนักพิมพ์ หรือบรรณาธิการที่ต้องการความช่วยเหลือสำหรับงานตัดต่อฟุตเทจ
9. บริการตัดต่อพอดแคสต์
อาชีพเสริมแม่บ้านสำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องและมีความสามารถในการตรวจจับรายละเอียดของไฟล์เสียงได้ดี งานตัดต่อพอดแคสต์เป็นอาชีพเสริมที่ยืดหยุ่นและทำจากบ้านได้ทั้งหมด เพราะแทนที่จะจัดรายการเอง หน้าที่ของผู้ประกอบการประเภทนี้คือช่วยครีเอเตอร์คนอื่นขัดเกลาตอนของพอดแคสต์ให้พร้อมเผยแพร่ เช่น ตัดช่วงผิดพลาดออก ปรับคุณภาพเสียง ใส่ intro/outro และเตรียมไฟล์สำหรับการอัปโหลด
ข้อดี:
- ทำงานช่วงที่ลูกงีบหรือช่วงค่ำได้
- หากทำงานดี ลูกค้าเดิมมักกลับมาใช้บริการต่อเนื่อง
- ไม่จำเป็นต้องออกกล้องหรืออัดเสียงเอง
ข้อเสีย:
- อาจต้องปรับตัวในช่วงที่ทำการเรียนรู้ซอฟต์แวร์สำหรับตัดต่อ-ปรับแต่งเสียง
- หากลูกค้าปล่อยตอนทุกสัปดาห์ อาจมีเวลาส่งงานค่อนข้างกระชั้นชิด
- ต้องใช้สมาธิและทำงานในที่เงียบ
โอกาสสร้างรายได้ งานตัดต่อพอดแคสต์มักมีรายได้ประมาณ 500-2,500 บาทต่อตอน โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยาวของรายการ ระดับการตัดต่อ และบริการเพิ่มเติม เช่น การมิกซ์เสียง ตัดเสียงรบกวน ใส่เพลงประกอบ หรือจัดทำคลิปสั้นสำหรับโซเชียลมีเดีย
วิธีเริ่ม ทำพอร์ตโฟลิโอง่าย ๆ ด้วยตัวอย่างงานตัดต่อ 1 ถึง 2 ชิ้น แล้วส่งข้อเสนอไปยังนักพอดแคสต์รายเล็กหรือเจ้าของธุรกิจที่มีรายการอยู่แล้วผ่านแพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn หรือกลุ่ม Facebook นอกจากนี้ยังสามารถลงโฆษณาสำหรับบริการบน Fiverr หรือ Upwork ได้
ซึ่งต้นทุนเริ่มต้นมักอยู่ราว 0 ถึง 5,000 บาท โดยหากใช้เครื่องมือฟรีอย่าง Audacity หรือซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอ/เสียงยอดนิยมในไทยอย่าง CapCut Pro ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้ซอฟต์แวร์ราคาย่อมเยาอย่าง Reaper ที่มีค่าลิขสิทธิ์สำหรับบุคคลทั่วไปและฟรีแลนซ์ในเชิงพาณิชย์อยู่ที่ราว 60 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,100 บาท) ซึ่งช่วยลดต้นทุนคงที่และสร้างกำไรได้เร็วขึ้นตั้งแต่โปรเจกต์แรกๆ
10. พัฒนาเว็บไซต์ฟรีแลนซ์
งานด้านพัฒนาเว็บไซต์เติบโตเร็วกว่าอาชีพทั่วไปเฉลี่ยราว 7% จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพ่อแม่ที่มีทักษะสายเทคนิคนี้
ข้อดี:
- ทำงานจากบ้านได้ และจัดการตารางเวลาทำงานได้อย่างยืดหยุ่น
- ได้อัปเดตเทรนด์ในอุตสาหกรรมอยู่เสมอ
- เลือกโปรเจกต์ที่ตรงกับความเชี่ยวชาญและความสนใจได้
ข้อเสีย:
- ต้องรับมือกับเดดไลน์ที่ค่อนข้างแน่น
- ต้องบริหารความคาดหวังของลูกค้า
- โปรเจกต์ซับซ้อนอาจกินเวลาครอบครัวไปโดยปริยาย
โอกาสสร้างรายได้ นักพัฒนาเว็บไซต์ฟรีแลนซ์มักมีรายได้ประมาณ 500-1,500 บาทต่อชั่วโมง โดยรายได้จริงขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเว็บไซต์ เทคโนโลยีที่ใช้ ประสบการณ์ของผู้พัฒนา และบริการเพิ่มเติม เช่น การดูแลระบบ SEO หรือการปรับแต่ง UX/UI
วิธีเริ่ม เริ่มทำงานในสายงานพัฒนาเว็บไซต์ด้วยการสมัครงานฟรีแลนซ์ผ่านเว็บไซต์อย่าง LinkedIn หรือ Indeed
11. ไฟล์สำหรับพิมพ์หรือดีไซน์ดิจิทัล
หากมีพรสวรรค์ด้านงานศิลปะหรือกำลังพัฒนาทักษะด้านการออกแบบแล้ว การสร้างและขายดีไซน์ดิจิทัลหรือไฟล์สำหรับพิมพ์ใช้งานก็อาจเป็นธุรกิจเสริมที่ทำกำไรได้
ข้อดี:
- สามารถสร้างรายได้ที่ยืดหยุ่นและขยายตัวได้ด้วยการขายสินค้าดิจิทัล
- ไม่จำเป็นจะต้องมีต้นทุนเพื่อสต๊อกสินค้าหรือจัดการค่าจัดส่ง
- สามารถทำงานตามตารางเวลาที่เหมาะสมสำหรับตนเองได้
ข้อเสีย:
- ตลาดมีการแข่งขันสูง
- ต้องใช้เวลาในการจะทำให้ลูกค้ามองเห็นสินค้า
- ต้องออกแบบงานใหม่อยู่อย่างสม่ำเสมอ
โอกาสสร้างรายได้: รายได้จะแปรผันตามการแข่งขันและกลยุทธ์การตั้งราคา ส่วนใหญ่มักสร้างรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 30,000+ บาทต่อเดือน แต่หากคุณสามารถพัฒนาผลงานจนติดตลาด หรือทำสติกเกอร์ไลน์/ธีมยอดนิยม ก็มีโอกาสสร้างรายได้หลักแสนบาทได้เช่นกัน ซึ่งข้อดีคือเมื่อคุณอัปโหลดไฟล์เข้าระบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว สินค้าเหล่านี้จะสามารถทำเงินให้คุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงในรูปแบบของรายได้พาสซีฟอินคัม
วิธีเริ่ม สร้างงานศิลปะต้นฉบับเป็นของตัวเอง และเลือกช่องทางการขายที่เหมาะสม โดยทางเลือกที่ดีมากคือการเปิดร้านค้า Shopify เป็นของตัวเอง
12. สร้างคอนเทนต์
สำหรับพ่อแม่ที่อยู่บ้านและมีทั้งความคิดสร้างสรรค์และแรงขับเคลื่อน การสร้างคอนเทนต์ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจในการต่อยอดให้กลายมาเป็นธุรกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์จากสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ถนัด
ข้อดี:
- สามารถทำงานได้ตามตารางเวลาของตนเอง
- สร้างรายได้ได้หลายทาง เช่น การโพสต์แบบมีสปอนเซอร์, การร่วมงานกับแบรนด์, การใช้งานลิงก์ Affiliate หรือแม้แต่การสร้างร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเอง
- ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทุกวัน
ข้อเสีย:
- รายได้อาจไม่แน่นอน
- การแข่งขันสูง
- ต้องใช้เวลาในการสร้างฐานผู้ติดตาม
โอกาสสร้างรายได้ งานสร้างคอนเทนต์มักมีรายได้ประมาณ 1,500-10,000 บาทต่อหนึ่งงาน โดยอัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับรูปแบบคอนเทนต์ ความยาว ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และแพลตฟอร์มที่ใช้ เช่น บทความ วิดีโอ รีวิวสินค้า หรือคอนเทนต์สำหรับโซเชียลมีเดีย
วิธีเริ่ม เลือกตลาดเฉพาะและกำหนดแพลตฟอร์มที่ต้องการจะใช้ เช่น TikTok หรือ Instagram จากนั้นก็สามารถเริ่มสร้างคอนเทนต์ได้เลย โดยหากตั้งใจทำงานในสายองค์กร พอร์ตโฟลิโองานที่ละเอียดก็ถือว่ามีความสำคัญมาก
13. งานพากย์เสียง
หากมีพื้นที่เงียบและอุปกรณ์พร้อม ก็สามารถสร้างธุรกิจพากย์เสียงจากบ้านได้ โดยงานที่สามารถรับได้มีตั้งแต่โฆษณา หนังสือเสียง วิดีโอเกม ไปจนถึงคอนเทนต์การศึกษา
ข้อดี:
- ทำงานได้จากทุกที่ที่เงียบพอ
- เลือกโปรเจกต์ได้หลากหลาย
- กำหนดเวลาการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น
ข้อเสีย:
- เป็นอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูง
- ต้องใช้อุปกรณ์คุณภาพดี
- ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เงียบอย่างสม่ำเสมอ
โอกาสสร้างรายได้ งานพากย์เสียงมักมีรายได้ประมาณ 1,000-8,000 บาทต่อหนึ่งงาน โดยราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทงาน ความยาวของสคริปต์ ประสบการณ์ของผู้พากย์ และลักษณะการใช้งาน เช่น โฆษณา วิดีโอ YouTube พากย์ตัวละคร หรือสื่อองค์กร
วิธีเริ่ม ทำเดโมเสียง ตั้งโฮมสตูดิโอ และสมัครเว็บไซต์รวมงานพากย์เพื่อติดต่อกับลูกค้า
อาชีพเสริมแม่บ้านสายเขียนและคอนเทนต์
- เขียนฟรีแลนซ์
- เขียนขอทุน
- พิสูจน์อักษรและแก้ไขต้นฉบับฟรีแลนซ์
- ทำพอดแคสต์
- ดูแลโซเชียลมีเดีย
- ดูแลกลุ่ม Facebook
14. เขียนฟรีแลนซ์
อาชีพเสริมแม่บ้านที่ให้คุณนำทักษะการเขียนมาใช้สร้างคอนเทนต์ให้นิตยสาร, บล็อก, เว็บไซต์ และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ เพราะไม่ว่าคุณจะถนัดบทความยาวหรือข้อความสั้นกระชับ ตลาดก็ยังต้องการนักเขียนที่มีฝีมือเสมอ
ข้อดี:
- สามารถกำหนดตารางการทำงานได้เอง
- ทำงานคนเดียวได้ จึงเหมาะกับคนอินโทรเวิร์ต
- เลือกงานเขียนที่อยากทำได้
ข้อเสีย:
- ต้องส่งงานให้ทันเดดไลน์ที่เข้มงวด
- ต้องจัดการหลายโปรเจกต์ควบคู่กับการเลี้ยงลูก
- รายได้ในแต่ละเดือนอาจไม่เท่ากัน
โอกาสสร้างรายได้ รายได้จากการเขียนก๊อบปี้จะอยู่ที่ประมาณ 300-1,500 บาทต่อบทความ โดยราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทคอนเทนต์ ความยาว ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และประสบการณ์ของผู้เขียน เช่น บทความ SEO คอนเทนต์การตลาด รีวิวสินค้า หรือบทความเชิงเทคนิค
วิธีเริ่ม สร้างพอร์ตโฟลิโอตัวอย่างงานเขียน จากนั้นจึงหาลูกค้าผ่านเครือข่ายอย่าง LinkedIn, Superpath, Upwork, Freelancer หรือ Fiverr
15. เขียนขอทุน
องค์กรไม่แสวงหากำไร สถาบันการศึกษา รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กมักต้องการความช่วยเหลือในการยื่นขอทุน งานในลักษณะนี้จึงเป็นงานเขียนเฉพาะทางที่มักคิดค่าบริการได้สูงกว่างานเขียนฟรีแลนซ์ทั่วไป
ข้อดี:
- มีความต้องการสูง เพราะหลายองค์กรขาดทีมดูแลภายในในด้านสการระดมทุนหรือยื่นขอทุนโดยตรง
- ทำงานจากบ้านได้อย่างยืดหยุ่น
- เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นแล้ว ก็จะสามารถขยับไปขอทุนที่วงเงินใหญ่ ซับซ้อนขึ้น หรือรับงานแบบรายเดือนต่อเนื่องได้
ข้อเสีย:
- จำเป็นจะต้องเข้าใจความคิดของผู้ให้ทุน รวมถึงวิธีการทำงานของงบประมาณ ผลลัพธ์ เดดไลน์ รวมถึงข้อกำกับต่าง ๆ
- ปริมาณงานอาจไม่สม่ำเสมอ
- การแข่งขันค่อนข้างสูงสำหรับทุนที่อาจดูเหมือนของ่าย
โอกาสสร้างรายได้ งานเขียนขอทุนมักมีรายได้ประมาณ 5,000-30,000 บาทต่อโครงการ โดยค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสาร ประเภททุน ระยะเวลาทำงาน และประสบการณ์ของผู้เขียน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับทุนภาครัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งมักมีรายละเอียดและการแข่งขันสูงกว่าทั่วไป
วิธีเริ่ม เลือกตลาดเฉพาะทางที่คุ้นเคย สร้างพอร์ตโฟลิโอง่าย ๆ และตั้งโปรไฟล์ฟรีแลนซ์บนแพลตฟอร์มอย่าง Upwork และ Fiverr นอกจากนี้ยังอาจสร้างคอนเนกชันในกลุ่มชุมชนใกล้บ้านเพื่อหางานได้ด้วย
16. พิสูจน์อักษรและแก้ไขต้นฉบับฟรีแลนซ์
หากเป็นคนนิสัยละเอียดและมีทักษะภาษาดี งานพิสูจน์อักษรและแก้ไขต้นฉบับก็อาจเป็นธุรกิจเสริมที่เหมาะมาก
ข้อดี:
- เวลาทำงานยืดหยุ่น
- ทำงานได้จากทุกที่
- เลือกโปรเจกต์เองได้
ข้อเสีย:
- อาจต้องรับมือกับเดดไลน์ที่กระชั้นชิด
- ต้องประสานงานกับนักเขียนและผู้จัดการคอนเทนต์
- ต้องดูแลลูกค้าหลายรายพร้อมกัน
โอกาสสร้างรายได้ รายได้แตกต่างกันมากน้อยตามประสบการณ์ ชุดทักษะ และประเภทลูกค้า โดยสามารถสำรวจข้อมูลอ้างอิงอย่างรายงาน Content Marketing Salary จาก Superpath เพื่อเทียบเรตราคากับมาตรฐานในอุตสาหกรรมได้
17. ทำพอดแคสต์
เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ตัวเอง พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นด้วยการเริ่มทำพอดแคสต์ โดยสามารถอัดตอนต่างๆ ตามเวลาที่สะดวก พร้อมแชร์ความรู้หรือคุยเรื่องที่ชอบได้
ข้อดี:
- อัดรายการตามเวลาของตัวเองได้
- พูดคุยเรื่องที่สนใจจริงๆ
- เริ่มได้ด้วยอุปกรณ์ไม่มาก
ข้อเสีย:
- ตลาดแข่งขันสูง
- ต้องใช้เวลาสร้างฐานผู้ฟัง
- ต้องทำคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ
โอกาสสร้างรายได้ การทำพอดแคสต์สามารถสร้างรายได้ตั้งแต่ 0-100,000+ บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ฟัง ความสม่ำเสมอในการปล่อยตอน และช่องทางสร้างรายได้ เช่น สปอนเซอร์ โฆษณา สมาชิกสนับสนุน หรือการต่อยอดไปยังคอร์สและสินค้าอื่น ๆ ของตัวเอง
วิธีเริ่ม กำหนดธีม เลือกรูปแบบรายการ เตรียมอุปกรณ์อัดเสียง แล้วอัดตอนแรกได้เลย
18. ดูแลโซเชียลมีเดีย
เปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียให้เป็นธุรกิจ ด้วยการให้บริการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กในการขยายตัวตนตามสื่อโซเชียลออนไลน์ โดยหากเคยสร้างฐานผู้ติดตามบน TikTok มาแล้ว ก็สามารถต่อยอดประสบการณ์นั้นเพื่อสร้างรายได้จากงานอดิเรกได้
ข้อดี:
- สามารถทำงานจากบ้านและจัดเวลางานได้อย่างยืดหยุ่น
- มีโอกาสใช้ทักษะดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง
- เลือกลูกค้าและโปรเจกต์เองได้
ข้อเสีย:
- จำเป็นจะต้องมีตัวตนบนโลกออนไลน์อยู่อย่างสม่ำเสมอ
- อาจต้องใช้เวลาไปกับการติดตามฟีดมาก
- เป็นงานที่เน้นความรวดเร็วและสามารถปรับเปลี่ยนได้ไว
โอกาสสร้างรายได้ งานดูแลโซเชียลมีเดียมักมีรายได้ประมาณ 5,000-25,000 บาทต่อเดือน ตามข้อมูลจาก SocialPilot โดยอัตราจริงจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์และรูปแบบการคิดค่าบริการ ว่าจะคิดเป็นรายชั่วโมงหรือรายโปรเจกต์
วิธีเริ่ม สร้างตัวตนออนไลน์ให้แข็งแรง ทำพอร์ตโฟลิโอโชว์ทักษะ แล้วหางานผ่าน Upwork, Fiverr หรือ LinkedIn
19. ดูแลกลุ่ม Facebook
สามารถให้บริการจัดการดูแลชุมชนสำหรับเจ้าของธุรกิจ อินฟลูเอนเซอร์ หรือแบรนด์ที่มีกลุ่ม Facebook และต้องการคนช่วยดูแลกลุ่ม ขยายสมาชิก และกระตุ้นการมีส่วนร่วม
โดยในแต่ละวันอาจต้องทำหน้าที่อนุมัติสมาชิกใหม่ ต้อนรับสมาชิก โพสต์คำถามเพื่อกระตุ้นการพูดคุย ตอบคอมเมนต์ ลบสแปมหรือบัญชีก่อกวน เช็ก analytics รวมถึงประสานงานกับลูกค้าเรื่องธีมหรือแคมเปญด้วย ทั่วไปแล้วอาจใช้เวลาวันละ 1 ถึง 3 ชั่วโมงในวันธรรมดา และมีช่วงสำรวจตรวจสอบงานสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อวางแผนด้วย
ข้อดี:
- ตารางงานยืดหยุ่น สามารถเข้าเช็กงานช่วงเช้าเวลาลูกงีบหรือช่วงค่ำได้
- ได้ทักษะที่นำไปต่อยอดได้ เช่น การควบคุมชุมชน (moderation), การวางแผนคอนเทนต์, รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งอาจขยายไปสู่งานดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในแขนงอื่น ๆ
- เริ่มต้นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะหากคุ้นเคยกับ Facebook อยู่แล้วก็จะสามารถเริ่มต้นได้เร็ว
ข้อเสีย:
- ต้องตรวจสอบงานเป็นรายวันไป เช่น ตรวจสอบโพสต์ คอมเมนต์ รวมถึงจัดการสแปม
- แม้อยู่บ้าน กลุ่มชุมชนก็ยังกลายเป็นงานที่ต้องคอยดูแลอยู่อย่างสม่ำเสมอ
- ลูกค้าบางรายอาจคาดหวังการตอบกลับที่รวดเร็วหรือพร้อมตลอดเวลา
โอกาสสร้างรายได้ งานดูแลกลุ่ม Facebook มักมีรายได้ประมาณ 5,000-15,000 บาทต่อเดือน โดยรายได้อาจเพิ่มขึ้นตามขนาดของคอมมูนิตี้ ระดับการมีส่วนร่วมของสมาชิก และหน้าที่รับผิดชอบเพิ่มเติม เช่น ตอบคอมเมนต์ จัดกิจกรรม หรือดูแลคอนเทนต์ภายในกลุ่ม
วิธีเริ่ม เริ่มต้นจากติดต่อเจ้าของธุรกิจในพื้นที่ โค้ช หรืออินฟลูเอนเซอร์ และสอบถามอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการความช่วยเหลือในการดูแลกลุ่มชุมชนหรือไม่
อาชีพเสริมสำหรับพ่อแม่ฟูลไทม์สายธุรกิจออนไลน์
20. บริการผู้เชี่ยวชาญ SEO
การให้บริการจัดการทำ Search Engine Optimization (SEO) ถือเป็นตัวเลือกที่ดี หากสนใจงานดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจจำนวนมากต้องการให้ถูกค้นพบทางออนไลน์ได้มากขึ้น ซึ่งบทบาทหลักของอาชีพนี้คือการช่วยให้เว็บไซต์ลูกค้ามีอันดับดีขึ้น เพิ่มทราฟฟิกโดยธรรมชาติ (organic traffic) และคอนเวิร์ตผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าได้
ข้อดี:
- เป็นอาชีพที่มีความต้องการสูง เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือเรื่อง SEO แต่ไม่มีทีมภายใน
- หลาย ๆ งานสามารถทำจากบ้านและจัดการตารางเวลาเองได้
- สามารถขยายบริการหรืออัปเกรดเป็นแพ็กเกจรายเดือนมูลค่าสูงได้ไม่ยาก
ข้อเสีย:
- ต้องเข้าใจ technical SEO, การวิเคราะห์ข้อมูล, กลยุทธ์ keyword รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอนเทนต์
- การทำ SEO เป็นการลงทุนระยะยาว แต่ลูกค้าบางรายอาจคาดหวังผลเร็วเกินจริง
- ในบางช่วงอาจมีงานแน่นมากเมื่อต้องการทำการออดิทหรือเริ่มใช้กลยุทธ์ใหม่ แล้วค่อยเบาบางลงในช่วงอื่น ๆ
โอกาสสร้างรายได้ งานบริการผู้เชี่ยวชาญ SEO มักมีรายได้ประมาณ 8,000-35,000 บาทต่อเดือน โดยค่าจ้างขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน ความสามารถในการวิเคราะห์เว็บไซต์ การวางกลยุทธ์คีย์เวิร์ด และประสบการณ์ในการทำ SEO ทั้งสายคอนเทนต์ เทคนิค หรือการทำอันดับเชิงธุรกิจ
วิธีเริ่ม เลือกตลาดเฉพาะทางที่ถนัดและสร้างพอร์ตโฟลิโอเล็กๆ จากนั้นจึงจัดแพ็กเกจบริการและเริ่มเสนอขายให้ธุรกิจในพื้นที่ผ่านโซเชียลมีเดียหรือบนเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น Upwork หรือ Fiverr
21. ทำบัญชีออนไลน์
นำทักษะการจัดการการเงินมาช่วยเหลือธุรกิจติดตามสถานะทางการเงิน เนื่องจากแม้กระทั่งการดูแลงบประมาณในบ้านเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดตามค่าใช้จ่ายหรือการบริหารกระแสเงินสด ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าซึ่งต่อยอดเป็นอาชีพเสริมสำหรับพ่อแม่ฟูลไทม์ด้านการทำบัญชีได้
ข้อดี:
- ทำงานจากบ้านได้
- กำหนดเวลาการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น
- สามารถใช้ประโยชน์จากฃทักษะการเงินที่มีอยู่แล้ว
ข้อเสีย:
- ต้องจัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
- ต้องอัปเดตความรู้ด้านกฎหมายภาษีให้เท่าทันอยู่เสมอ
- ต้องละเอียดมากเป็นพิเศษ
โอกาสสร้างรายได้ ผู้ทำบัญชีที่มีประสบการณ์สามารถมีรายได้ $60 ถึง $80 ต่อชั่วโมง (ราว 1,800-2,400 บาท)
วิธีเริ่ม เลือกแพลตฟอร์มทำบัญชีอย่าง FreshBooks หรือ QuickBooks สร้างเว็บไซต์แบบมืออาชีพ แล้วเริ่มทำการตลาดให้ธุรกิจทำบัญชีของตนเอง
22. ผู้ช่วยเสมือน
ทักษะการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน การบริหารเวลา และการจัดระเบียบ ถือเป็นจุดแข็งที่เหมาะสมสำหรับการช่วยเหลือเหล่ามืออาชีพที่ตารางงานแน่นในการจัดการงานประจำวัน โดยผู้ช่วยเสมือนมักทำหน้าที่ดูแลตารางงาน นัดหมายการประชุม จัดการอีเมล และงานอื่น ๆ จากบ้าน
ข้อดี:
- ทำงานจากบ้านได้
- กำหนดเวลาทำงานได้เอง
- ใช้ทักษะการจัดการได้เต็มที่
ข้อเสีย:
- ปริมาณงานอาจไม่แน่นอน
- บางงานอาจมีความซ้ำซาก
- จำเป็นจะต้องหาลูกค้าที่เชื่อถือได้
โอกาสสร้างรายได้ ผู้ช่วยเสมือนมักมีรายได้ประมาณ 8,000-25,000 บาทต่อเดือน
วิธีเริ่ม หาลูกค้าผ่านเครือข่ายฟรีแลนซ์อย่าง Upwork หรือ Fiverr
23. บริการลูกค้าออนไลน์
ช่วยเหลือธุรกิจดูแลลูกค้าผ่านแชต อีเมล หรือโทรศัพท์ โดยหลายบริษัทอาจต้องการเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าตลอดทั้งวัน
ข้อดี:
- ทำงานในเวลาเรียนหรือนอนของลูกได้
- ใช้ทักษะการสื่อสารและการแก้ปัญหา
- เลือกเวลาการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น
ข้อเสีย:
- อาจใช้พลังงานทางอารมณ์ค่อนข้างมาก
- ต้องมีความอดทน
- บางงานอาจกำหนดช่วงเวลาทำงานชัดเจน ยืดหยุ่นน้อย
โอกาสสร้างรายได้ เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้ามีรายได้ประมาณ 350-600 บาทต่อวัน
วิธีเริ่ม ศึกษาเครื่องมือบริการลูกค้ายอดนิยมอย่าง Gorgias, Intercom รวมถึง Zendesk จากนั้นเข้าร่วมคอร์สด้านการบริการลูกค้าผ่าน Shopify Academy หรือ Coursera แล้วสมัครงานบริการลูกค้าออนไลน์
24. คีย์ข้อมูล
ใช้ความละเอียดรอบคอบกับงานคีย์ข้อมูลจากเอกสาร อัปเดตข้อมูล หรือถอดเสียงจากไฟล์เสียง ซึ่งงานคีย์ข้อมูลมักเข้ากับตารางชีวิตครอบครัวได้ดี และไม่ต้องใช้ทักษะเทคนิคขั้นสูง
ข้อดี:
- เริ่มรับงานได้ด้วยทักษะเทคนิคพื้นฐาน
- เวลาในการทำงานยืดหยุ่น
- เรียนรู้ง่าย
ข้อเสีย:
- งานอาจมีลักษณะซ้ำซาก
- ค่าตอบแทนอาจต่ำกว่าตัวเลือกอื่น
- การแข่งขันในตลาดแรงงานแขนงดังกล่าวค่อนข้างสูง
โอกาสสร้างรายได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านคีย์ข้อมูลมีรายได้ประมาณ 350-500 บาทต่อวัน
วิธีเริ่ม ฝึกทักษะการพิมพ์ สร้างพอร์ตโฟลิโอ จากนั้นจึงจะหางานผ่าน LinkedIn, Fiverr, Indeed รวมถึงบริษัทอย่าง Rev.com
25. ที่ปรึกษา
ใช้ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการพัฒนาประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหา และบรรลุเป้าหมาย โดยงานที่ปรึกษามักเปิดโอกาสให้ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญได้โดยไม่ต้องผูกติดกับตำแหน่งงานแบบเต็มเวลา
ข้อดี:
- ต่อยอดจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรม
- อัตราค่าจ้างรายชั่วโมงสูง
- เลือกลูกค้าเองได้
ข้อเสีย:
- บางงานมีเดดไลน์ที่กดดัน
- รายได้อาจไม่สม่ำเสมอ
- การสร้างฐานลูกค้าต้องใช้เวลา
โอกาสสร้างรายได้ ที่ปรึกษามักมีรายได้ประมาณ 1,500-10,000 บาทต่อชั่วโมง โดยอัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และลักษณะงานที่ให้คำปรึกษา
วิธีเริ่ม สร้างโปรไฟล์ LinkedIn ให้แข็งแรงและโชว์ความเชี่ยวชาญให้ชัด จากนั้นจึงอาจใช้คอนเนกชันจากที่ทำงานเดิมเพื่อสำรวจว่ามีธุรกิจใดต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ หรือสมัครงานพาร์ตไทม์ออนไลน์โดยตรง
งานเสริมสายสินค้าดิจิทัลและการตลาด
26. คอร์สออนไลน์
แบ่งปันประสบการณ์ด้วยการสร้างและขายคอร์สออนไลน์ หากเป็นพ่อแม่ที่อยู่บ้านและมีความรู้เฉพาะด้าน การขายคอร์สออนไลน์ก็จะสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องได้หลังจากลงแรงช่วงแรกไปแล้ว
ข้อดี:
- สร้าง passive income ได้
- เข้าถึงผู้เรียนได้ทั่วโลก
- ทำงานตามจังหวะของตัวเองได้
ข้อเสีย:
- จำเป็นต้องลงทุนเวลาเยอะในช่วงแรก
- ตลาดงานมีการแข่งขันสูง
- อาจมีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
โอกาสสร้างรายได้ รายได้แตกต่างกันมากน้อยตามหัวข้อ ตั้งแต่ 0-100,000+ บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับหัวข้อคอร์ส กลุ่มเป้าหมาย คุณภาพเนื้อหา และการทำการตลาด โดยผู้สอนสามารถสร้างรายได้ผ่านการขายคอร์สแบบครั้งเดียว ระบบสมาชิก หรือการต่อยอดไปยังบริการและคอนเทนต์อื่น ๆ ได้เพิ่มเติม
วิธีเริ่ม สร้างวิดีโอเลกเชอร์และเอกสารประกอบคอร์สลงบนแพลตฟอร์มอย่าง Udemy และ Teachable
27. ดรอปชิปปิ้ง
เริ่มธุรกิจดรอปชิปปิ้งเพื่อสร้าง Passive Income โดยไม่ต้องจัดการสต๊อกสินค้าเพราะซัพพลายเออร์จะจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง
ข้อดี:
- ต้นทุนคงที่ต่ำ
- ไม่ต้องจัดการสต๊อก
- มีโอกาสเติบโตได้ไม่จำกัด
ข้อเสีย:
- ตลาดมีการแข่งขันสูง
- ต้องใช้เวลาลงแรงในช่วงแรก
- ต้องบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ให้ดี
โอกาสสร้างรายได้ ธุรกิจดรอปชิปปิ้งสามารถสร้างรายได้ตั้งแต่ 0-100,000+ บาทต่อเดือน โดยรายได้จริงจะขึ้นอยู่กับสินค้า ราคา และกลยุทธ์การตลาด
วิธีเริ่ม ศึกษาตลาดเฉพาะที่ทำกำไรได้ เช่น ดรอปชิปปิ้งสินค้า CBD หรือเครื่องประดับ
28. Affiliate marketing
Affiliate Marketing จะช่วยสร้างค่าคอมมิชชันได้จากการส่งทราฟฟิกหรือยอดขายไปยังสินค้าของบริษัทอื่น ผ่านโซเชียลมีเดีย บล็อก หรือเว็บไซต์
ข้อดี:
- สร้างคอนเทนต์ในหัวข้อที่ชอบได้
- ทำงานได้จากทุกที่
- เลือกโปรโมตสินค้าที่เชื่อมั่นได้
ข้อเสีย:
- ต้องมีทักษะการตลาดที่ดี
- การสร้างคอนเทนต์ใช้เวลามาก
- รายได้อาจไม่แน่นอน
โอกาสสร้างรายได้ การทำแอฟฟิลิเอตสามารถสร้างรายได้ตั้งแต่ 0-50,000+ บาทต่อเดือน และยังมีโอกาสเติบโตต่อได้
วิธีเริ่ม สมัครโปรแกรม Affiliate อย่าง Shopify Affiliate Program หรือ Amazon Associates แล้วเริ่มสร้างคอนเทนต์เพื่อโปรโมตสินค้าที่ชื่นชอบ
29. การซื้อสินค้ามาขายต่อ
การซื้อสินค้ามาขายต่อ (Retail arbitrage) หนึ่งในอาชีพเสริมสำหรับพ่อแม่ฟูลไทม์ที่อาจตอบโจทย์ ด้วยการซื้อสินค้าราคาลดพิเศษจากโซนล้างสต๊อก เอาต์เล็ต ร้านค้าท้องถิ่น หรือแม้แต่ Facebook Marketplace แล้วนำไปขายต่อออนไลน์เพื่อทำกำไร ถือเป็นอาชีพเบิกทางเข้าสู่อีคอมเมิร์ซที่เริ่มได้ไม่ยาก เพราะไม่ต้องพัฒนาสินค้าเอง ไม่ต้องสั่งของล็อตใหญ่ และไม่ต้องดูแลการผลิต
ข้อดี:
- ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ สามารถเริ่มได้ด้วยเงิน $20 ถึง $75 (ราว 600-2,250 บาท) สำหรับใช้ซื้อสินค้าลดราคา
- สามารถออกไปหาของตามเวลาที่สะดวก แล้วกลับมาขายออนไลน์จากบ้านได้
- ไม่ต้องทำดีไซน์ พัฒนาสินค้า หรือทำการตลาดเอง
ข้อเสีย:
- รายได้ขึ้นอยู่กับการหาดีลดี ๆ และบางสัปดาห์อาจแทบไม่มีของน่าสนใจ
- ต้องมีพื้นที่เก็บสต๊อก แม้จะไม่มาก
- บางแพลตฟอร์ม เช่น Amazon FBA มีค่าธรรมเนียมขายที่อาจกินกำไร หากตั้งราคาต่ำเกินไป
โอกาสสร้างรายได้ โอกาสสร้างรายได้จากการซื้อของมาขายต่อสามารถสร้างรายได้ตั้งแต่ 0-100,000+ บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ความสามารถในการหาดีล ช่องทางขาย และการบริหารสต๊อก โดยหลายคนเริ่มต้นจากการทำพาร์ตไทม์ ค่อย ๆ ขยายเป็นรายได้เสริมหรือธุรกิจเต็มเวลาในระยะยาว
วิธีเริ่ม เริ่มจากการเดินสำรวจโซนสินค้าลดราคาหรือล้างสต๊อกตามห้างค้าปลีกใกล้บ้าน เพื่อเปรียบเทียบราคาสินค้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ จากนั้นนำไปลงขายในช่องทางที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่อย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop หรือจะเลือกเปิดเพจขายผ่าน Facebook Marketplace และทำ TikTok Live
งานเสริมสายวิจัยและทดสอบ
30. ตรวจและประเมินข้อสอบ
บริษัทที่ทำแบบทดสอบทางการศึกษามักจ้างฟรีแลนซ์ให้ช่วยตรวจสอบงานเรียงความ ข้อสอบ แบบทดสอบวัดภาษาอังกฤษ หรือเอกสารประเมินระดับ ซึ่งโดยมากจะเป็นงานตามฤดูกาล แต่ก็ถือเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่ยืดหยุ่นสำหรับพ่อแม่ที่อยู่บ้าน โดยเฉพาะคนที่มีพื้นฐานด้านการศึกษา หรือการประเมินผลด้วย
ข้อดี:
- เป็นงานทำจากบ้านที่สามารถทำผ่านคอมพิวเตอร์ได้
- สามารถจัดตารางงานรายสัปดาห์ได้ยืดหยุ่นในช่วงเปิดตรวจ
- ไม่ต้องทำการตลาดให้ตัวเองหรือหาลูกค้าเอง
ข้อเสีย:
- เป็นงานตามฤดูกาล จึงไม่ได้มีตลอดทุกเดือน
- การร่วมงานกัลบางบริษัทจำเป็นจะต้องใช้วุฒิปริญญาตรีหรือประสบการณ์ในการสอน
- การตรวจสอบเอกสารจำนวนมากอาจเป็นลักษณะงานที่ค่อนข้างซ้ำซากจำเจ
โอกาสสร้างรายได้ งานตรวจและประเมินข้อสอบมักมีรายได้ประมาณ 10-50 บาทต่อชุด โดยรายได้จะขึ้นอยู่กับจำนวนงาน ความยากของเนื้อหา ระดับการศึกษา และความละเอียดที่ต้องใช้ในการตรวจหรือให้ความคิดเห็นเพิ่มเติม
วิธีเริ่ม สมัครกับผู้ให้บริการทดสอบอย่าง Pearson, ETS, Measurement Inc หรือ Cambium Assessment และทำแบบทดสอบคัดเลือกผู้ตรวจข้อสอบตามที่บริษัทต่าง ๆ กำหนด
31. ร่วมงานวิจัยตลาด
บริษัทวิจัยตลาดมักยินดีจ่ายเงินให้ผู้บริโภคทั่วไปเพื่อแชร์ความเห็นเกี่ยวกับสินค้า โฆษณา หรือประสบการณ์ลูกค้า ผ่านแบบสอบถามหรือโฟกัสกรุ๊ปแบบสด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานเสริมที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด เพราะสมัครได้ภายในไม่กี่นาที และสามารถเลือกเฉพาะงานวิจัยที่เข้ากับตารางชีวิตได้
ข้อดี:
- ไม่ต้องมีประสบการณ์
- มีโอกาสหารายได้ย่อย ๆ ได้เป็นจำนวนมาก
- เป็นงานที่ทำได้จากมือถือหรือแล็ปท็อป
ข้อเสีย:
- รายได้ต่างกันมากน้อยตามประเภทงานวิจัย
- focus group ที่จ่ายสูงมักคัดเลือกเข้มงวดกว่า
- แบบคัดกรองบางชุดอาจไม่ผ่านเกณฑ์
โอกาสสร้างรายได้ ขึ้นอยู่กับประเภทแบบสอบถามและงานวิจัยที่เข้าร่วม โดยส่วนใหญ่จ่ายอยู่ที่ประมาณ 500-3,000 บาทต่อครั้ง
วิธีเริ่ม สร้างโปรไฟล์บนแพลตฟอร์มสัก 1-2 แพลตฟอร์ม เช่น Respondent, User Interviews หรือ Prolific กรอกข้อมูลตามจริง แล้วสมัครงานวิจัยที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเอง โดยเฉพาะงานวิจัยเกี่ยวกับสินค้าในบ้านและไลฟ์สไตล์ซึ่งมักต้องการกลุ่มพ่อแม่อยู่บ่อยครั้ง
เริ่มได้ทันทีด้วย Shopify
พร้อมเปลี่ยนทักษะให้กลายเป็นธุรกิจแล้วหรือยัง? Shopify มีทุกอย่างที่จำเป็นในการเปิดตัวบริการได้อย่างรวดเร็วและดูเป็นมืออาชีพ แม้จะทำงานได้แค่ช่วงที่ลูกงีบกลางวันหรือหลังเข้านอนแล้ว ไม่ว่าจะให้บริการดูแลสัตว์เลี้ยง กราฟิกดีไซน์ ติว ถ่ายภาพ หรือขายสินค้าดิจิทัล Shopify ก็ช่วยจัดแพ็กเกจทักษะเหล่านั้นให้ดูเป็นธุรกิจจริงตั้งแต่วันแรก
โดยมีขั้นตอนถัดไปง่ายดายเพียง
- เลือกอาชีพเสริมแม่บ้านที่คุณต้องการ
- ตั้งเว็บไซต์ Shopify แบบเรียบง่ายเพื่อทำการโฆษณาบริการที่มี
- แชร์ให้เครือข่ายที่รู้จักหรือลูกค้ากลุ่มแรกเห็น
อย่าปล่อยให้ไอเดียดี ๆ ค้างอยู่เฉย ๆ โดยอาจลองดูว่า Shopify จะช่วยสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนและเข้ากับชีวิตครอบครัวได้อย่างไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาชีพเสริมแม่บ้านและผู้ปกครองเต็มเวลา
อาชีพเสริมแบบไหนเหมาะสมกับคุณแม่ที่อยู่บ้าน
งานเสริมที่เหมาะที่สุดควรสอดคล้องกับทักษะ ความสนใจ และเวลาที่มี โดยหลายคนที่อยู่บ้านดูแลลูกอาจทำได้ดีในงานสาย affiliate marketing, การเขียนฟรีแลนซ์, การสร้างคอนเทนต์, ทำพอดแคสต์, รับฝากสัตว์เลี้ยง, ถ่ายภาพ รวมถึงการทำบัญชี ซึ่งการเลือกสิ่งที่ชอบและเข้ากับเวลาที่มีอยู่จะทำงานไปได้ไกลกว่า โดยอาจลองดูรายการด้านบนเพื่อหาไอเดียธุรกิจต้นทุนต่ำที่เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละบ้าน
แม่บ้านฟูลไทม์จะมีรายได้เสริมเดือนละ 20,000–30,000 บาทได้อย่างไร
พ่อแม่ส่วนใหญ่สามารถสร้างรายได้เสริมระดับ 20,000–30,000 บาทต่อเดือนได้ด้วยการเลือกงานเสริมสายบริการที่มีลูกค้าประจำ เช่น การเขียนฟรีแลนซ์ งานดูแลโซเชียลมีเดีย รับทำบัญชี หรือแม้กระทั่งติว โดยงานลักษณะนี้มักขยายรายได้ได้ง่ายกว่าแอปตอบแบบสอบถามหรืองานจ็อบทั่วไป เพราะรายได้จะมาจากความเชี่ยวชาญร่วมด้วย ไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมงเป็นอย่างเดียว และเมื่อมีลูกค้าประจำสัก 3 ถึง 6 ราย รายได้ก็มักคาดการณ์ได้มากขึ้น
งานเสริมที่ทำกำไรที่สุดสำหรับพ่อแม่ที่อยู่บ้านคืออะไร
ตัวเลือกที่ทำกำไรได้มากมักเป็นบริการที่ใช้ทักษะเฉพาะและช่วยแก้ปัญหาให้ธุรกิจ เช่น งานเขียนฟรีแลนซ์ บริการ SEO การรับทำบัญชี หรือเขียนขอทุน เนื่องจากงานเหล่านี้จะสามารถคิดค่าบริการได้สูงโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลามหาศาล โดยเฉพาะเมื่อมีพอร์ตโฟลิโองานและมีคนแนะนำต่อ ๆ กันไป
ถ้ามองเรื่องความยืดหยุ่นและเวลาที่ใช้ อาชีพเสริมแม่บ้านแบบไหนเหมาะที่สุด
อาชีพเสริมแม่บ้านที่ยืดหยุ่นที่สุดมักเป็นงานที่หยุดและกลับมาทำต่อได้ตามจังหวะชีวิต เช่น การตัดต่อพอดแคสต์ การดูแลกลุ่ม Facebook รับฝากสัตว์เลี้ยง ติว หรือประเมินข้อสอบ เนื่องงานเหล่านี้ไม่ต้องกำหนดเวลาตายตัว และสามารถแบ่งทำเป็นช่วงสั้น ๆ ได้ แทนที่จะต้องทำงานยาว ๆ แบบตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น หรือผูกกับไทม์โซนใดไทม์โซนหนึ่ง
อาชีพเสริมแม่บ้านแบบไหนใช้เงินเริ่มต้นน้อยที่สุด
งานที่ต้นทุนต่ำที่สุด ได้แก่ การซื้อสินค้ามาขายต่อ, รับฝากสัตว์เลี้ยงหรือพาสุนัขเดินเล่น, ดูแลกลุ่ม Facebook, พิสูจน์อักษร หรือร่วมงานวิจัยตลาด ซึ่งหลายอย่างเริ่มได้ด้วยเงินไม่ถึง $50 (ราว 1500 บาท) หรือแทบไม่ต้องใช้เงินเลย เพราะใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้วได้ทันที ไม่ต้องมีสต๊อกสินค้า เว็บไซต์ หรือซอฟต์แวร์เพิ่มเติม จึงเหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่อยากลองก่อน

