ดรอปชิป (Dropship) เป็นวิธีการขายสินค้าออนไลน์ที่ง่ายและได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะช่วยลดปัญหาทั่วไปของการค้าปลีก เช่น การจัดซื้อ การเก็บ และการจัดส่งสินค้า
เมื่อร้านค้าดรอปชิปขายสินค้าได้ ร้านค้าจะส่งต่อออเดอร์ไปยังผู้จัดจำหน่าย ซึ่งจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าโดยตรง ทำให้เจ้าของร้านค้าสามารถมุ่งเน้นไปที่การทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ได้มากขึ้น
เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Dropshipping กลไกและวิธีการเริ่มต้นธุรกิจดรอปชิปกัน
ดรอปชิปคืออะไร?
ดรอปชิปเป็นวิธีการค้าปลีกที่ร้านค้าออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเก็บสินค้าคงคลังไว้เอง เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ร้านค้าจะส่งต่อออเดอร์พร้อมการชำระเงินไปยังผู้จัดจำหน่าย ซึ่งจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า
เจ้าของธุรกิจหลายรายชื่นชอบการใช้ดรอปชิป เพราะช่วยให้ไม่ต้องจัดการออเดอร์ด้วยตนเอง ทำให้ไม่ต้องลงทุนในคลังสินค้าและลดความเสี่ยงที่จะมีสินค้าคงคลังค้างสต็อก อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้มาพร้อมกับข้อแลกเปลี่ยน เช่น การควบคุมประสบการณ์ลูกค้าที่น้อยลง แต่ธุรกิจสามารถนำทรัพยากรไปใช้ในการทำการตลาดได้มากขึ้น
มีการคาดการณ์ว่าดรอปชิปสร้างยอดขายอีคอมเมิร์ซทั่วโลกมากกว่า 476 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026
ผู้จัดจำหน่ายดรอปชิปคือใคร?
ผู้จัดจำหน่ายดรอปชิป คือผู้ที่จัดการออเดอร์จากร้านค้าปลีกในนามของลูกค้า โดยผลิตหรือจัดหาสินค้า เก็บสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดส่งสินค้าไปยังที่อยู่ของลูกค้า
คุณอาจร่วมงานกับผู้จัดจำหน่ายรายเดียวหรือใช้แพลตฟอร์มที่มีรายชื่อผู้จัดจำหน่าย เช่น AliExpress บางครั้งผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง รวมถึงผู้ผลิตอิสระก็ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายดรอปชิปด้วย
Seller of Record คืออะไร?
Seller of Record คือบุคคลหรือธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับลูกค้าโดยตรง ในฐานะ Seller of Record คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการตั้งราคา เก็บเงินรวมถึงภาษี และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น
ในระบบดรอปชิป Seller of Record คือจุดติดต่อหลักสำหรับลูกค้า ข้อมูลของผู้ขาย ไม่ใช่ของผู้จัดจำหน่าย จะปรากฏบนใบแจ้งหนี้และใบส่งสินค้า ผู้ขายยังรับผิดชอบคำขอสนับสนุนต่างๆ เช่น การคืนสินค้าและการคืนเงิน
ตัวอย่างเช่น หากคุณมีร้านค้าดรอปชิปที่ขายสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เมื่อลูกค้าสั่งซื้อปลอกคอแมว ในฐานะ Seller of Record คุณจะส่งต่อออเดอร์ไปยังผู้จัดจำหน่ายที่มีคลังสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง
ผู้จัดจำหน่ายดรอปชิปจะรับออเดอร์ บรรจุปลอกคอแมว พร้อมใบส่งสินค้าที่มีข้อมูลของคุณ และจัดส่งไปยังลูกค้า
ระบบของดรอปชิปเป็นยังไง?
- ร่วมงานกับผู้จัดจำหน่ายดรอปชิป
- ตั้งค่าร้านค้าออนไลน์
- รับออเดอร์จากลูกค้า
- ส่งต่อออเดอร์ไปยังผู้จัดจำหน่าย
- ผู้จัดจำหน่ายเตรียมและจัดส่งสินค้า
- ลูกค้าได้รับสินค้า
ร่วมงานกับผู้จัดจำหน่ายดรอปชิป
ค้นหาผู้จัดจำหน่ายดรอปชิปที่มีสินค้าที่คุณต้องการขาย หลังจากเซ็นสัญญาพวกเขาจะจัดการเรื่องการเก็บสินค้า บรรจุภัณฑ์ และการจัดส่งให้กับลูกค้า คุณสามารถร่วมงานกับธุรกิจเฉพาะกลุ่ม หรือใช้แอปดรอปชิป เพื่อขายสินค้าจากซัพพลายเออร์หลายๆ ราย
ตั้งค่าร้านค้าออนไลน์
ขั้นต่อไปคือการสร้างร้านค้าออนไลน์ โดยร้านค้าของคุณจะแสดงสินค้าจากผู้จัดจำหน่ายในราคาที่คุณกำหนดเอง เพิ่มแอปดรอปชิปในร้านค้าของคุณเพื่ออัปเดตรายการสินค้าและส่งออเดอร์ไปยังผู้จัดจำหน่ายโดยอัตโนมัติ
- DSers เชื่อมต่อร้านค้า Shopify กับ AliExpress
- Zendrop มีสินค้ามากกว่า 1 ล้านรายการ
- Spocket มีผู้จัดจำหน่ายดรอปชิปในสหรัฐอเมริกา ยุโรป บราซิล และอินเดีย
รับออเดอร์จากลูกค้า
เมื่อมีลูกค้าเข้ามาในร้านค้าและสั่งซื้อสินค้า กระบวนการชำระเงินจะดำเนินไปตามปกติ ลูกค้าชำระเงินและได้รับการยืนยันออเดอร์
ส่งต่อออเดอร์ไปยังผู้จัดจำหน่าย
เมื่อคุณได้รับการชำระเงินจากลูกค้าแล้ว ให้ส่งต่อรายละเอียดออเดอร์ไปยังผู้จัดจำหน่ายดรอปชิป หากคุณใช้แอปพลิเคชันดรอปชิป ขั้นตอนนี้จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ
ผู้จัดจำหน่ายเตรียมและจัดส่งสินค้า
ผู้จัดจำหน่ายดรอปชิปจะเตรียมออเดอร์และจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าโดยตรง ผู้จัดจำหน่ายหลายรายยังมีบริการใบแจ้งหนี้ที่มีแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การช้อปปิ้ง
ลูกค้าได้รับสินค้า
ลูกค้าจะได้รับสินค้าจากผู้จัดจำหน่าย ในขณะที่ร้านค้าจะรับผิดชอบการบริการลูกค้า

ควรเริ่มทำดรอปชิปหรือไม่?
หากคุณกำลังตัดสินใจว่าดรอปชิปคุ้มค่าหรือไม่ นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าธุรกิจดรอปชิปอาจเหมาะกับคุณ
คุณสนใจเฉพาะการตลาด
หากคุณมีทักษะด้านการทำ SEO หรือการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย ดรอปชิปอาจเป็นตัวเลือกที่ดี
เป้าหมายหลักของดรอปชิปเปอร์คือการดึงดูดผู้เข้าชมมายังร้านค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Google, YouTube, TikTok และ Instagram ดรอปชิปเปอร์ใช้ทักษะการทำการตลาดด้วยคอนเท้นท์และความเข้าใจในอัลกอริทึมเพื่อเชื่อมโยงลูกค้าที่มีศักยภาพกับสินค้า
เน้นยอดขายมากกว่าสร้างแบรนด์
หากกลยุทธ์ธุรกิจของคุณมุ่งสร้างยอดขายจำนวนมาก ดรอปชิปอาจเป็นโมเดลที่เหมาะกับคุณ
ในการค้าปลีกรูปแบบอื่น ผู้ขายมักใส่อัตลักษณ์ของแบรนด์ลงในสินค้า บรรจุภัณฑ์ และการสื่อสาร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สอดคล้องกันและช่วยให้ลูกค้าผูกพันกับแบรนด์
แต่ดรอปชิปมีโอกาสสร้างแบรนด์ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากปรับแต่งบรรจุภัณฑ์และการจัดส่งได้น้อย อีกทั้งสินค้าดรอปชิปส่วนใหญ่มักไม่ได้จำหน่ายโดยร้านค้าใดร้านค้าหนึ่งเพียงแห่งเดียว จึงสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ยากกว่า
หากต้องการขายสินค้าที่มีแบรนด์ของตัวเองผ่านดรอปชิป ลองพิจารณาดรอปชิปแบบ Private Label หรือสินค้า Print on Demand
ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของสินค้า
ดรอปชิปช่วยให้ผู้ค้าสามารถขายสินค้าหลากหลายประเภทจากเครือข่ายซัพพลายเออร์ทั่วโลกได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสต็อกสินค้า
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้มาพร้อมกับข้อเสียคือการควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของสินค้าที่น้อยลง นอกจากการสั่งตัวอย่างแล้ว คุณอาจสามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้น้อยมาก
ยอมรับเวลาจัดส่งที่นานกว่าปกติได้
ในยุคที่ลูกค้าคาดหวังการจัดส่งที่รวดเร็ว การจัดส่งสินค้าแบบ e-Packet จากผู้จัดจำหน่ายในจีนอาจใช้เวลานานกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าไม่พอใจ
หากคุณสามารถหาผู้จัดจำหน่ายในประเทศ หรือจัดการความคาดหวังของลูกค้าเกี่ยวกับเวลาจัดส่งได้ ดรอปชิปอาจเป็นทางเลือกที่ดี
คุณพร้อมรับมือกับการบริการลูกค้า
แม้ว่าดรอปชิปเปอร์จะไม่ต้องจัดการเรื่องการจัดส่งสินค้า แต่ยังคงเป็นจุดติดต่อหลักสำหรับลูกค้า ซึ่งหมายความว่ามักจะต้องจัดการกับปัญหาการบริการลูกค้าที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น ความล่าช้าในการจัดส่ง ปัญหาการจัดส่ง หรือคำขอคืนสินค้า
หากคุณพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้และจัดการคำถามจากลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดรอปชิปอาจเป็นโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม
พร้อมที่จะขยายธุรกิจ
ดรอปชิปไม่ได้เหมาะแค่กับร้านค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำหรับร้านค้าปลีกที่มีอยู่แล้วและต้องการขยายธุรกิจ
การร่วมงานกับผู้จัดจำหน่ายหรือร้านค้าอื่นที่สามารถจัดการการจัดส่งได้ ช่วยให้ร้านค้าปลีกสามารถเพิ่มสินค้าเสริมในรายการสินค้าได้โดยไม่ต้องจัดหา ซื้อ หรือเก็บสต็อกเอง
การเสนอสินค้าที่หลากหลายมากขึ้นอาจช่วยเพิ่มมูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ได้ นอกจากนี้ การใช้ดรอปชิปเพื่อเพิ่มรายการสินค้ายังช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ได้อีกด้วย
ข้อดีและข้อเสียของดรอปชิป
7 ข้อดีของดรอปชิป
- ต้นทุนต่ำ
- สินค้าหลากหลาย
- ไร้ต้นทุนพัฒนาสินค้า
- ทำได้จากทุกที่
- เริ่มต้นได้ง่าย
- ทดลองตลาดง่าย
- ขยายธุรกิจได้ง่าย
1. ต้นทุนต่ำ
เนื่องจากคุณไม่ต้องซื้อสต็อกสินค้า ดรอปชิปจึงต้องการการลงทุนเริ่มต้นที่น้อยมาก ร้านค้าดรอปชิปหลายแห่งดำเนินการจากที่บ้านด้วยเพียงแล็ปท็อปเครื่องเดียว ทำให้เป็นแนวคิดธุรกิจขนาดเล็กที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม ข้อดีนี้มาพร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการดรอปชิปรายอื่น คุณจะต้องลงทุนเวลาในการเรียนรู้และนำเคล็ดลับจากมืออาชีพด้านดรอปชิปมาใช้เพื่อทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
2. สินค้าหลากหลาย
ใช้ดรอปชิปเพื่อเสนอสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยม ให้กับลูกค้า เนื่องจากคุณไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าค้างสต็อก คุณสามารถเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าได้ตามต้องการ หากผู้จัดจำหน่ายมีสินค้าตัวใหม่ คุณสามารถนำมาขายได้ทันที
3. ไร้ต้นทุนการพัฒนาสินค้า
ดรอปชิปเปอร์ไม่จำเป็นต้องลงทุน (และเสี่ยง) เงินทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ สามารถค้นหาผู้ขายที่มีผลงานและพร้อมส่งสินค้าได้เลย
4. ทำได้จากทุกที่
ธุรกิจดรอปชิปสามารถดำเนินการได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ตราบใดที่คุณสามารถสื่อสารกับผู้จัดจำหน่ายและให้การสนับสนุนลูกค้าได้ทันเวลา คุณก็สามารถทำงานได้จากทุกที่
5. เริ่มต้นได้ง่าย
ดรอปชิปช่วยลดอุปสรรคในการค้าปลีกหลายอย่าง การดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะง่ายขึ้นเมื่อคุณไม่ต้อง
- จัดการหรือจ่ายเงินสำหรับคลังสินค้า
- ตรวจสอบสินค้าคงคลัง
- บรรจุและจัดส่งสินค้า
- ติดตามสินค้าคงคลังเพื่อการบัญชี
- จัดการการคืนสินค้าและการจัดส่งสินค้าเข้าคลัง
แม้จะมีข้อดีเหล่านี้ ดรอปชิปเปอร์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องดูแลกระบวนการจัดส่งอย่างรอบคอบและมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจให้กับลูกค้า
6. ทดลองตลาดง่าย
ดรอปชิปเป็นโมเดลการจัดส่งสินค้าที่มีประโยชน์สำหรับการทดลองความสนใจของลูกค้าในหมวดสินค้าใหม่ๆ เพราะช่วยให้ร้านค้าสามารถทดลองขายสินค้าดรอปชิปก่อนที่จะตัดสินใจซื้อของมาสต๊อก
7. ขยายธุรกิจได้ง่าย
การขยายธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมต้องมีการวางแผนล่วงหน้า หากมีออเดอร์จำนวนมากเข้ามาอย่างกะทันหัน การจัดการอาจเป็นเรื่องยาก และคุณอาจขายสินค้าหมดอย่างรวดเร็ว
ธุรกิจดรอปชิปมักจะขยายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า นอกจากนี้ คุณยังสามารถขยายการเข้าถึงโดยการดรอปชิปในตลาดยอดนิยม เช่น Amazon, eBay รวมถึง Etsy
ข้อเสียของดรอปชิป
เช่นเดียวกับโมเดลการค้าปลีกอื่นๆ ดรอปชิปก็มีข้อเสียเช่นกัน นี่คือ 3 ข้อเสียที่ควรรู้
1. กำไรที่น้อยลง
การเข้าถึงดรอปชิปที่ง่ายดายทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้กำไรลดลงเนื่องจากร้านค้าต่างๆ แข่งขันกันด้วยการลดราคา
ยิ่งคุณลดราคามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากที่จะคำนวณกำไรที่เหมาะสมสำหรับร้านของคุณ คุณสามารถลดปัญหานี้ได้ด้วยการเลือกสินค้าที่เหมาะสมและเลือกกลุ่มสินค้าที่ไม่อิ่มตัว
2. ความไม่แน่นอนของสินค้าคงคลัง
แม้ว่าดรอปชิปจะมีข้อดีในเรื่องการจัดการสินค้าคงคลัง แต่ก็ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงคลังอย่างกะทันหัน
เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายต้องจัดการออเดอร์จากผู้ค้าปลีกหลายราย ระดับสินค้าคงคลังอาจผันผวนอย่างไม่คาดคิด ซึ่งเป็นปัญหาที่น้อยกว่าหากคุณเก็บสินค้าของคุณเอง
โชคดีที่แอปดรอปชิป เช่น DSers มีตัวเลือกให้ผู้ค้าเมื่อสินค้าของผู้จัดจำหน่ายหมดสต็อก เช่น การซ่อนสินค้าที่หมดสต็อกโดยอัตโนมัติหรือแสดงป้าย "สินค้าหมด"
3. ความซับซ้อนในการจัดส่ง
การทำงานกับผู้จัดจำหน่ายหลายรายอาจทำให้การจัดส่งออเดอร์ซับซ้อนขึ้น หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้า 3 รายการจากผู้จัดจำหน่าย 3 ราย คุณจะต้องคำนวณค่าจัดส่งและภาษีแยกกันสำหรับแต่ละรายการ และสินค้าทั้ง 3 อาจมาถึงในเวลาที่ต่างกัน
สำหรับดรอปชิปเปอร์ที่จัดหาสินค้าจากผู้จัดจำหน่ายต่างประเทศ การจัดส่งข้ามพรมแดนอาจเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงเรื่องภาษีศุลกากรและอากรนำเข้า ทำให้การแก้ปัญหาเมื่อเกิดข้อผิดพลาดยากขึ้น
วิธีแก้ปัญหาหนึ่งคือการให้ลูกค้ารับผิดชอบค่าจัดส่งและภาษีนำเข้า แต่ก็อาจทำให้ราคาแข่งขันได้น้อยลง
การทำความเข้าใจเรื่องภาษีศุลกากรและรหัส HS (Harmonized System) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับดรอปชิปเปอร์ที่ทำงานกับผู้จัดจำหน่ายต่างประเทศ รหัสเหล่านี้กำหนดว่าสินค้าต้องเสียอากรนำเข้าเท่าไหร่ การจัดประเภทสินค้าผิดอาจนำไปสู่ค่าธรรมเนียมที่ไม่คาดคิด ความล่าช้าที่ศุลกากร รวมถึงลูกค้าที่ไม่พอใจ
ดรอปชิปในปี 2026
ในปี 2026 ดรอปชิปยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจเสริม และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจค้าปลีก
การเริ่มต้นดรอปชิปกับ Shopify เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่ติดตั้งแอปดรอปชิปหรือใช้ Shopify Collective เพื่อดรอปชิปสินค้าจากแบรนด์ Shopify ในสหรัฐฯ ต่อไปนี้คือขั้นตอนง่ายๆ
- ลงทะเบียนทดลองใช้ฟรี ด้วยข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจ
- ปรับแต่งร้านค้า ด้วยโลโก้ เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และธีมฟรี ที่เหมาะกับแบรนด์
- ติดตั้งแอป DSers เพื่อเชื่อมต่อร้าน Shopify กับบัญชี AliExpress หรือเลือกผู้จัดจำหน่ายดรอปชิปรายอื่น
- นำเข้าสินค้าไปยังร้าน และตั้งราคาที่มีกำไร
- เริ่มขายและทำการตลาดสินค้า
ไม่ว่าจะเป็นผู้ขายมือใหม่หรือธุรกิจค้าปลีกระดับโลก Shopify ก็ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ ดูแพ็กเกจและราคา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดรอปชิป
ต้องลงทุนเท่าไหร่ในการเริ่มทำดรอปชิป?
การเริ่มต้นธุรกิจดรอปชิปต้องลงทุนในร้านค้าออนไลน์ รวมถึงชื่อโดเมนและเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ คุณอาจต้องวางแผนงบประมาณสำหรับการโฆษณาออนไลน์เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพ
ดรอปชิปเปอร์ทำเงินได้อย่างไร?
ธุรกิจดรอปชิปทำเงินโดยการตั้งราคาสินค้าที่ซื้อมาจากผู้จัดจำหน่ายให้สูงกว่าต้นทุน เพื่อให้มีกำไร
ดรอปชิปถูกกฎหมายหรือไม่?
ดรอปชิปเป็นโมเดลการจัดส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซที่ถูกกฎหมายและได้รับความนิยมทั่วโลก
ดรอปชิปมีกำไรแค่ไหน?
กำไรเฉลี่ยของธุรกิจดรอปชิปที่ขายสินค้าจากตลาดเปิดอยู่ระหว่าง 10% ถึง 15% ส่วนร้านค้าปลีกที่ใช้เครือข่ายซัพพลายเออร์อย่าง Shopify Collective เพื่อเชื่อมต่อกับแบรนด์ Shopify ที่ผ่านการคัดเลือก สามารถคาดหวังกำไรได้ตั้งแต่ 20% ถึง 50% โดยการหาสินค้าที่เหมาะสมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จัดจำหน่าย คุณสามารถสร้างธุรกิจดรอปชิปที่มีกำไรได้
ดรอปชิปต่างจากการค้าปลีกแบบ Arbitrage อย่างไร?
แตกต่างจากดรอปชิป การค้าปลีกแบบ Arbitrage คือการซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกอื่นและขายต่อในราคาที่สูงกว่า
จะเริ่มต้นธุรกิจดรอปชิปได้อย่างไร?
ทางเลือกอื่นนอกจากดรอปชิปมีอะไรบ้าง?
ทางเลือกหนึ่งแทนดรอปชิปคือการใช้บริการ Fulfillment จากบุคคลที่สาม ซึ่งให้บริการจัดเก็บสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดส่งในนามของผู้ขาย ทางเลือกอื่นๆ ได้แก่ Affiliate Marketing ซึ่งเป็นการรับค่าคอมมิชชันจากการโปรโมตสินค้าในนามของร้านค้าปลีกหรือผู้ผลิต

